Ep14 เฟรชชี่ x 25 x สตางค์

posted on 04 Oct 2014 07:51 by pirulha in ArtsLife directory Lifestyle, Diary
หลายๆคน รวมถึงผมคนนึงด้วย ต่างก็ลอยคออย่างรอคอยวันเปิดภาคเรียนใหม่ที่ค่อนข้างจะยาวนานนิดนึง (บ่นกันว่า เมื่อไหร่จะเปิดว้าาาาา พอเปิดมาจริงๆ เลือดแทบพุ่ง! Frown) แต่ถ้าเอาจริงๆ ก็แทบจะไปจุฬาฯทุกวันทุกสัปดาหห์อยู่แล้วล่ะ!
 
คณะอักษรศาสตร์ก็มีกิจกรรมตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เรียงมาตั้งแต่ ปฐมนิเทศคณะ, อักษรฯใหม่ใจอาสา,...
 
รับน้องอักษรฯ 3 วัน 2 คืนที่คณะ (ยังมาในธีมอะเมซอน) -  ประกอบกับโลเคชันที่ดูขลังของเทวาลัย ท้องฟ้าที่เป็นใจ ฝนยังไม่ตกทลายงานนี้ ทำให้การบายศรีของคณะอักษรฯเป็นการรับน้องที่สุดซึ้ง สไตล์สตรีวิถีอักษรฯ จบงานนี้เด็กอักษรได้ติ้งใบชงโคมาเป็นไอเทมประจำรุ่นอีกด้วย Money mouth,
 
ลงทะเบียนแรกเข้า ที่ต้องเตรียมเอกสารกันวุ่นวายเบย, ปฐมนิเทศมหา'ลัยและถวายสัตย์,...
 
รับน้องก้าวใหม่ 3 วัน 2 คืนเหมือนกัน เบนได้อยู่บ้านบูชายัญ (บูชายัญๆๆ เฮ่!) เจอเพื่อนใหม่ๆเพียบ! ในคืนวันแรก มีคอนเสิร์ตCUfreshynight‬  ดิ้นอย่างเมามันไปกับ Sweetmullet & Cocktail & Mild โดยเฉพาะ Cocktail เบนปีนรั้วไปดิ้นกับพี่โอมกลางสนามจุ๊บเลยทีเดียว! แต่ในคืนบายศรี บ้านบูฯจัดกิจกรรมตรงตึกคณะวิทยาศาสตร์ แต่ฝนเจ้ากรรมก็เทลงมา ลมกระหน่ำสาดเข้ากลางวง พื้นแฉะน้ำเจิ่งนอง ทุกคนจึงต้องวิ่งเข้ามาในตึกขาว พี่บ้านแทบทุกคนร้องไห้ที่พิธีพังครับ แต่บ้านบูฯก็พาพิธีผ่านพ้นมาได้
 
เสร็จงานนี้แล้วมีเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ให้เราเตรียมตัวก่อนเปิดเรียนครัช
 
 
#วันที่ 13 สิงหาคม 2557#
 
นอกจากเป็นวันเปิดภาคเรียนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
 
ยังเป็นวันเปิดบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของนิสิตปีหนึ่ง อีกด้วย (เล่นใหญ่มากก)
 
 
นิสิตอักษรฯปีหนึ่งทุกคนเปิดมาเจอ 17 นก.เลยจ้าาา
 
 
อักษรฯ ขึ้นชื่อว่า โหดเรื่องเรียนมากกกกก แต่ทุกคนทำใจดีสู้เสือไว้ก่อน (ขอเก็บไว้ขยายความท้ายๆนะจ๊ะ)
 
นิสิตน้องใหม่ทุกคนดูแช่มชื่น แฮปปีกับเพื่อนใหม่ สถาบันในดวงใจแห่งใหม่ ทุกอย่างดูชิวๆนะ แต่...ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับเทสต์แรกเข้า คือ CU-TEP  เจอกันถ้วนหน้าเลยทีเดียว Tongue out
 
สิ่งที่ทุกคนใฝ่หาคือ......แถ่น....แทน......แถ๊นนนนน  ตามหาสายรหัส นั่นเอง ทุกคนต้องตามหาสายรหัสของตัวเอง โดยที่(อาจ)จะไม่ได้เจอหน้ากันเลย มีเวลาหนึ่งเดือนในการส่งข้อความกัน ที่อักษรฯไม่ซีเรียสของกินครับ ซีเรียสเรื่องชีทสรุป หนังสือมากกกกกก ใครได้ชีท หนังสือไปนี่เป็นที่อิจฉามว้ากกกกกก
 
พักยังไม่ทันหายเหนื่อยก็เข้าสู่ กีฬาเฟรชชี่ (Freshy Game) ที่จัดในวันที่ 25 สิงหาคม – 4 กันยายน  เบนลงแข่งลีลาศ รายการWaltzด้วย ซ้อมประมาณ 1 เดือน (ก่อนหน้ารับน้องก้าวใหม่นิดนึง) เริ่มจากไม่มีพื้นเลยทีเดียว  งานนี้เบนไม่ได้เหรียญอะไรเลย Foot in mouth แต่การได้เจอเพื่อนดีๆ พี่ดีๆ โค้ชดีๆ มันคุ้มกว่าเยอะะะะะ  
 
ตอนแรกจขบ.เฉยๆกับกีฬา พูดเลยว่ากลัวแพ้ พอแพ้ก็เลยกลัวโดนด่า แต่พอได้สัมผัสจริงๆ มันคือความสนุกสนาน เฮฮา ความเข้าใจกัน การทำงานทีมเวิร์ค ได้รู้ว่ามีคนเชียร์เราข้างหลังอยู่เหมือนกัน พอแข่งเสร็จคือได้เพื่อนต่างคณะ ความภูมิใจ การเอาชนะตัวเอง ความดีใจ ความสนุก ความมันส์ (นี่ขนาดลีลาศนะ) ได้พัฒนาบุคคลิกภาพ ร่างกายแข็งแรง ที่สำคัญสุดคือ การได้รู้จักศักยภาพของตัวเอง นี่สิคุ้มค่าที่ซู้ดดดด (ตอนนี้หลงรักลีลาศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว) กีฬาคือกุญแจเชื่อมมิตรภาพที่ดีเหมือนกัน
 
 
 
ส่วนอักษรฯเองออกแบบขบวนพาเหรดมาในธีม Mardi gras Festival รวมพลังความร่วมมือจากเพื่อนปีหนึ่งทุกคน จนงานออกมาได้สวยงามสมบูรณ์แบบ (เบนเองไม่ได้ช่วยไรเลย -*-) ส่วนสแตนด์เชียร์เองก็ไม่น้อยหน้า คว้ารางวัลที่สองในการประชันสแตนด์เชียร์ เย่ ปรบมืออออ

 
 
ช่วงงานกีฬาเฟรชชี่ก็มี สันฯโต้ กับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ด้วยนะเออ เป็นสเปคเล็กๆที่เข้ามาสร้างสีสัน แต่เตรียมงานกันจริงจังมากกก เด็กอักษรฯเมพขริงๆ 
 
***อักษรฯมีองค์กรที่เป็นความภาคภูมิใจมาอย่างยาวนาน นั่นคือ Formula1 เรียกลำลองว่า "สูตร1" ซึ่งสันฯโต้'ถาปัตย์ปีนี้ปิดฉากด้วยโชว์ของสูตร1 เรียกได้ว่าใครเจอสูตร1เป็นอันซวย เพราะสูตร1ลงสนามเมื่อไหร่ คู่แข่งอักษรฯทุกรายเป็นอันล่มทันที -ไม่เชื่ออย่าลบหลู่- ***
 
 
ทุกคนอารมณ์ค้างจากความสนุกสนาน กิจกรรม เพื่อนใหม่ประมาณ 3 เดือนติดๆ แทบจะไม่รู้สึกเลยว่าเหลือเวลาอีกแค่หนึ่งเดือนก็สอบกลางภาค!!!  ต้องเผชิญหน้ากับ 6 ตัวท้าชีวิตเด็กอักษรฯ เราจะมาเจียรนัยกันเลยนะ
 
USE THAI LANG
ชื่อวิชา "การใช้ภาษาไทย" แบ่งเรียนกันเป็น หมู่ (section) เก็บคะแนนเกือบทุกคาบเลยทีเดียว -*-  สิ่งที่เด็กอักษรฯปีหนึ่งต้องเจอในภาคหนึ่งครึ่งแรก คือ การใช้คำ-ประโยค  ราชาศัพท์  ย่อความ  เขียนย่อหน้า ตอนสอบนี่พูดได้เลยครับว่า ออกอะไรมาให้ตูท้ามมม!!!  มือหงิก+มือจีบครัช! //อาทิ "ฝรั่งทำเกิน" WTF!
 
 
ENG1
นิสิตคณะอื่นจะได้เรียนภาษาอังกฤษในชื่อ Exp Eng ซึ่งเรียนที่สถาบันภาษา CULI แต่อักษรฯมีวิชาภาษาอังกฤษเป็นของตัวเองคือ Eng1 เพื่อนคณะอื่นมักจะถามถึงความโหดของวิชานี้ เพราะEng1มีกิตติศัพท์ที่ขจรขจายไปทั่วยิ่งนัก จขบ.ไม่รู้จนได้เข้ามาจริงๆ ต้องอุทานว่า บร๊ะเจ้าช่วยหนูด้วย!  เจอเขียนพารากราฟ Listening Reading แทบทุกอาทิตย์ มีExternal Reading ด้วยคือ Legend บางเซคมีควิซทุกคาบอีกตะหาก ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ออกสอบบบบบบบบบบบ 
 
 
EAST CIV
"อารยธรรมตะวันออก" เรียนเซครวม ที่ห้องบรรทมรวม 503 ตึกบรมราชกุมารี ครึ่งแรกจะได้เจอ อินเดีย กับ จีน ครับ วิชานี้คงจะไม่ได้เจาะละเอียดแบบประวัติศาสตร์ เพราะเน้นการสร้างวัฒนธรรม ความเปลี่ยนแปลงทางศิลปะและวัฒนธรรมมากกว่า ถามว่าHappyไหม? ส่วนตัวจขบ.ตอบเลย HAP มาก! โดยเฉพาะอรธ.จีน โดยอ.วาสนา บอกเลยว่า กิ๊บเก๋ยูเรก้า !!! เหมือนท่านจะดุๆ เนี้ยบ แต่การสอนของท่านไม่น่าเบื่อ เรียกได้ว่า เส้นอร่อยแล้ว น้ำซุปอร่อยเลิศไม่แพ้กัน
 
 
REPO/RES
เป็นวิชาเกี่ยวกับ การเขียนรายงานและการค้นคว้า อันนี้อธิบายไม่ได้มากเพราะจขบ.อึนๆเหมือนกัน 555 รู้แค่ว่าภาคหนึ่งต้องมีรายงาน 1 เล่มแน่นอน แต่ครึ่งแรกยังทำโครงร่างอยู่นะ
 
 
REASONING
มีเพื่อนบอกว่า เป็น 1 ใน 2 วิชาในตำนานของอักษรฯ จขบ.เรียนไม่รู้เรื่องจริงๆ เพราะมันกลับทฤษฎีม.ปลายอย่างสิ้นเชิง! (ม.ปลายบอก ที่แรเงาคือใช้ข้อมูลบริเวณนั้น แต่พี่อักษรฯบอก ที่แรเงาคือตัดออก! ฮ่า!) สุดท้ายต้องมาหา ความสมเหตุสมผล (VALID/INVALID)  นี่เป็นการเรียนเหตุผลเพื่อความไม่มีเหตุผลอย่างแท้จริง! (ประชด)
 
 
INTRO DRAM
เป็นอีก 1 ใน 2 วิชาในตำนานของอักษรฯ ทุกคาบจะมีละคร-ภาพยนตร์ให้ดู ทุกคนดูเหมือนจะรู้สึกชิวๆกับวิชานี้ แต่...ออกสอบทีร้องจ๊ากกกกกันแทบทุกคน จขบ.ถึงแก่กรรมกลางห้องสอบ คนที่รอดออกมาต่างปวดเอวกันถ้วนหน้า ต้องแถกันจนสีข้างถลอกกันเลยทีเดียว

 
ส่วนเรื่องอื่นๆของชีวิตเด็กอักษรฯครึ่งแรกนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องพวกนี้แน่ๆ...
 
เพื่อน
ตอนนี้ยังคงต้องปรับตัว มองกันนานๆเลยทีเดียว เพราะกลุ่มเพื่อนยังพลิกแพลงได้อีก บางครั้งแน่ใจว่า เนี่ย! เราจะสนิทกะเค้า แต่ก็ยังพลิกแพลงไปอีก ยังค่อยๆเขยิบไปเรื่อยๆละกัน
 
 
ความรัก
จขบ.แอบเฮิร์ทเล็กๆ ที่มันทำให้จขบ.แห้วไปถึงสองครั้ง แต่มันออกจะติงต๊องเล็กน้อยที่เผลอเอ่ยความในใจกับคนที่เราชอบ ที่แทบไม่ได้เจอกัน ไม่ได้ใกล้กันเลยด้วยซ้ำ แต่เป็นเพราะ TOO RUSH จขบ.คงเข็ดอีกนานเลย 
 
บางทีความรักที่เราหวังมากเกินไป จริงจังมากไป
มันจะกลับมาทิ่มแทงเราด้วยมือของเราซะเอง
ทั้งๆที่มีดเล่มนั้นคือดอกไม้ที่เราปลูกขึ้นมาเอง 
 
...รักแท้ยังไงย่อมแพ้ไม่รัก... 
 
เค้าคงจะไม่ได้เห็นเอ็นทรีนี้เลยพูดได้ยาวเลยว่า คงจะไม่บังคับไม่กดดันให้ใครมารักได้ บางทีก็ได้บทเรียนมาว่า ความรักไม่ใช่การได้มาครอบครอง แต่ รักคือการได้เก็บเค้าไว้ในใจ แค่นี้ก็พอแล้ว จากนี้จะขอไว้แต่ความรู้สึกดีๆที่ผ่านมาจะดีกว่า โนะ! เพราะความคิดถึง สำคัญที่สุด
 
 
 
 
ตอนนี้จขบ.กับเพื่อนๆใช้เวลาผ่านมา 1/4 ของคำว่าเฟรชชีแล้ว
ถ้าเปรียบกับเงิน คงเป็นเหรียญสลึงที่ต้องเก็บสะสมไว้ เพราะมันเขนอะด้วยคราบดำๆแห่งความทรงจำเอาไว้มากมาย
 
จากนี้ คงต้องเก็บสะสมไปเรื่อยๆ เพื่อวันข้างหน้าเราจะได้เต็มบาทซะที!!!
 
 
 
 
...เอ๊ะ! ยังไง?
 
 
 
ปล.สำคัญ รับตรงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาสู่สายตาประชาชนแล้ว ติดตามอย่างใกล้ชิดได้ที่ 

Comment

Comment:

Tweet