Ep13 ปฏิคม x จุฬาฯ x กาชาด

posted on 28 Jul 2014 08:55 by pirulha in ArtsLife directory Lifestyle, Diary
นี่คือ งานแรกในชีวิตที่ได้ร่วมงานที่มีความสำคัญระดับชาติ แล้วก็ มี First time หลายอย่างเกิดขึ้นที่นี่ด้วย  แต่เอนทรีนี้อาจจะเป็นเอนทรีที่ระบุตัวตนจขบ.ก็ว่าได้ อันตรายชิบเป๋ง!
 
งานนี้มีชื่อเต็มว่า "จุฬาฯอาสาช่วยกาชาด" เป็นงานกาชาดในพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (เข้าใจว่าทดแทนงานกาชาดสวนอัมพรที่ถูกงดไป) จัดงานตั้งแต่วันที่ 14-20 กรกฎาคม 2557 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-จามจุรีสแควร์ กับ บริเวณสภากาชาดไทย รูปแบบงานคือ ช็อป ชม ชิม อิ่มความรู้
 
ก่อนหน้านี้มีการเปิดรับสมัครสตาฟช่วยงาน คือมีคนแชร์ประกาศรับสมัครในกรุ๊ป Chula'57 ผมก็สมัครแบบไม่ลังเลเลย ลงไป 6 วัน (คือเว้นวันที่ 18 กรกฎาคม คณะอักษรฯมีปฐมนิเทศ) 
 
เหตุผลที่ลงคือ
1. อย่างที่หลายคนรู้มาก่อน (ถ้าตามมาตั้งแต่ Ep ต้นๆ) ว่าผมบวชเณรมาหลายปี พอออกมามันเลยต้องใช้เวลาปรับตัว จะได้อยู่ร่วมกับคนอื่นได้แบบกลมกลืน ผมเลยอยากใช้งานนี้ลองของหาเพื่อน 
2. รู้สึกว่าอยากทำงานอาสาดูบ้าง อยากรู้ว่าเราทนทานแค่ไหน เหมาะกับแนวนี้มั้ย?
3. ว่าง  อยู่บ้านไม่มีไรทำ 555
 
 
 
ก่อนลงงานก็มี First Meet ของ Staff ฝ่ายต่างๆ ในวันที่ 10 กรกฎาคม เป็นวันแรกที่ได้เจอหัวหน้าฝ่ายปฏิคม พี่อ้วน ครุ#4ด้วย ผู้ซึ่งรับใช้งานฝ่ายปฏิคมอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ  ในวันนั้นแจกบัตรสตาฟ คู่มือ เสื้อสตาฟ  เสร็จจากนี้ต้องรออีกตั้ง 4 วัน ตื่นเต้นๆๆๆๆ
 
วันที่ 14 กรกฎาคม 
เป็นวันเปิดของงานจุฬาฯอาสาช่วยกาชาด โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงาน ที่เวทีหลักจามจุรีสแควร์ สตาฟปฏิคมก็มีนัดใส่ชุดนิสิตร่วมกันรับเสด็จ สำหรับเด็กปีหนึ่งอย่างผมเป็นการใส่ชุดนิสิตจุฬาฯครั้งแรก 
 
วันนี้มีนัดตั้งแต่ช่วงเช้า และก็เป็น Second meet ของสตาฟที่ไม่ได้มาในวันก่อนอีกด้วย ตลอดบ่ายเราก็เตรียมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ เช่น ธง บลาๆๆ  นั่งเล่นตบแปะ หมากเก็บ ทำความรู้จักกับเพื่อนรอเวลาจนถึงบ่ายสอง รวมตัวกันใต้ตึกมหิตลาธิเบศร์แล้ว ลำเลียงพลไปยังจามจุรีสแควร์ ตั้งแถวรับเสด็จ เขยิบกันไป ขยับกันมา สุดท้ายจขบ.ยืนอยู่ซอกหน้าซอย True Life 
 
สารภาพเลยว่า จขบ.ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าให้มายืนตรงนี้ทำไม? ยืนตรงนี้ก็ไม่ได้รับเสด็จฯเปิดงาน จะเห็นพระองค์ท่านได้ไง?   ตำแหน่งที่ยืนห่างจากเวทีเปิดตั้งไกล อยู่ในซอกหลืบอีกต่างหาก ก็เลยโมโหในใจว่า ไหนบอกให้มารับเสด็จฯ ที่ไหนได้เอากุมากั้นคน โมโหมาก เมื่อย รองเท้าบีบ หงุดหงิด!! 
 
แต่ฉากที่สำคัญที่สุดก็มาถึงครับ เพราะยืนอยู่นานเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง เริ่มจากพี่รปภ. ทหารองครักษ์ อาจารย์จากจุฬาฯ คณบดีคณะอักษรศาสตร์ เริ่มเดินไปเดินมา ซักพักท่านผู้หญิงจากกาชาดก็เดินผ่านไปอีก VRหลายเครื่องดังซะแซ่ดเชียว  ชั่วอึดใจ เสียงจากเวทีหลักทุกอย่างเงียบ แต่มีเสียงรองเท้าของคนกลุ่มใหญ่เริ่มดังใกล้เข้ามา ปรากฏว่า
 
สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯมายังซอยที่กลุ่มจขบ.ยืนตั้งแถวรับเสด็จฯกันอยู่!!!
 
พระองค์ท่านเสด็จฯผ่านข้าพเจ้าไปในระยะเพียง 2 เมตร ในขณะที่จขบ.โค้งคำนับถวาย ช่างเป็นระยะที่เรียกได้ว่า เสด็จฯผ่านในระยะใกล้มาก  พอเงยขึ้นมองหน้าเพื่อนๆ พี่ๆ มีอาการเดียวกันครับคือ ตื่นเต้น คุ้มที่ยืนตรงจุดนี้ สำหรับผมถือเป็นเหตุการณ์ชีวิตก็ว่าได้ ที่ครั้งหนึ่งได้เคยรับเสด็จฯ  
 
แต่...ไม่มีเวลาให้ยืนยิ้มได้นานหรอก เพราะเพื่อนข้างๆสะกิดให้กลับเข้าไปในมหา'ลัยอีก เพื่อตั้งแถวรับเสด็จฯอีกครั้ง แต่คราวนี้ต้องทำเวลาให้ทันเสร็จก่อนเสด็จฯมาถึง คราวนี้แหละบังเกิด มหกรรมวิ่งหนีตาย ประหนึ่งวิ่งไปด้วยความเร็วแสง ไปหยุดตั้งแถวหน้าลานจักรพงษ์ รอประมาณ 30 นาทีเราก็ได้เห็นภาพสมเด็จพระเทพฯ ประทับบนรถกอล์ฟผ่านไปยังลานเวที CU Band 
 
ระหว่างนี้พวกพี่ๆเรียกตัวไปอีก คราวนี้ไม่ได้ตั้งแถวแล้ว แต่ล้อมวงตรงแยกลานจักรพงษ์ เพื่อส่งเสด็จฯพวกเราชาวจุฬาฯได้ Boom Ba Ka  ถวายสมเด็จพระเทพฯด้วย 
 
 
เจ้าประคุณเอ๋ย ครั้งหนึ่งในชีวิต จริงๆ
 
 
วันอื่นๆ ผมก็ย้ายประจำจุดต่างๆแยกกันไป คือ
วันที่ 15 กรกฎาคม ที่จุดประตูเข้าออกคณะบัญชี
วันที่ 16 กรกฎาคม ที่จุดพิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย
วันที่ 17 กรกฎาคม ที่จุดสวนเสาวภา (สวนงู)
วันที่ 18 กรกฎาคม -คณะอักษรฯมีปฐมนิเทศ-
วันที่ 19 กรกฎาคม ที่จุดจามจุรีสแควร์
วันที่ 20 กรกฎาคม ที่จุดประตูเข้าออกคณะบัญชี
 
 
 
 
สุดท้ายของงานนี้ครับ 
 
ผมต้องบอกประกาศเลยว่า พี่อ้วน ครุ#4 เป็นตัวอย่างคนทำงานคนนึงที่รับผิดชอบมาก นอกจากต้องบริหารงานปฏิคมตามจุดต่างๆในแต่ละวันแล้ว ยังมีอีกมุมนึงที่น่ารัก เป็นกันเอง และยังเป็นคนคอยจุดประกายไฟให้คนในฝ่ายสู้ต่อ ตอนท้ายๆของงาน เราได้เห็นพี่เค้าผ่อนคลายก็รู้สึกว่าฝ่ายของเราก็ผ่อนคลาย อบอุ่นดีเหมือนกัน 
 
ผมได้เจอกลุ่มคนทำงานกลุ่มนึงที่มาด้วยใจจริง (เพราะตอนที่รับสมัคร ไม่มีใครรู้เลยว่าจะได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทน) คนกลุ่มนี้ย่อมเหนื่อยล้า อ่อนแรงบ้าง โมโหโกรธเคืองกันบ้าง แต่ทุกอย่างที่แสดงออกมามันสะท้อนว่า ทุกคนต่างทุ่มเทเพื่องานกาชาดนี้อย่างเต็มที่ เท่าที่กำลังแต่ละคนจะทำได้ บางครั้งแผนงานเพิ่งเริ่มในวันนั้น อุปสรรคทุลักทุเลย่อมมีขึ้น แต่ทุกคนก็ประสานกันผ่านไปได้ (เช่น รถป๊อบ) มันเลยรู้สึกว่า เฮ้ย ความสามัคคีมันมีแรงศักย์และแรงจลน์ที่กำหนดไม่ได้จริงๆ
 
ผมได้เจอเพื่อนที่เจ๋งมากกลุ่มนึง ที่เจ๋งมาก เฮฮาแล้วก็สนิทสนมดี ที่ผมพักใจไว้ใจได้ เป็นเพื่อนกลุ่มแรกในรั้วเลย ก็คือ หนูแพม หนูม่อน หมู เปรม พี่ท้อป1 พี่ท้อป2 พี่ต้น โอ้ยย เจ๋งอ่า!
 
และที่สำคัญสุด เพิ่งได้ทราบในวันสรุปงานกาชาดวันสุดท้ายคือ ทุกฝ่ายในงานกาชาดรวมถึงฝ่ายปฏิคมล้วนได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี องค์อุปนายิกาสภากาชาดไทย ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล่าฯ ให้สภากาชาดไทยออกเกียรติบัตรของหน่วยงานสภากาชาดไทยให้กับสตาฟทุกๆคนอีกด้วย 
 
 
นี่แหละครับ การทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มันช่างสบายใจอะไรเช่นนี้
 
ขอบคุณงานดีๆอย่างนี้ด้วยครับ
 
 
 
 
สำหรับรายละเอียดของงาน รวมถึงภาพบรรยากาศส่วนหนึ่งของงานนี้ สามารถกดไลค์และติดตามได้ที่ CU Open house : จุฬาฯอาสาช่วยกาชาด  

Comment

Comment:

Tweet