_________________________________________________________________
คำอุทิศ
ขอมอบ
บทความ
ในซีรีย์นี้ 
แด่ใครก็ตามที่หลงเข้ามา 
แด่ผู้ที่มีความใฝ่ฝันจะเข้าคณะอักษรศาสตร์ 
เช่นเดียวกับผมผู้ซึ่งมีต้นทุนต่ำ
แต่ตามหารักแท้...คนนี้
(คนอ่าน: เกี่ยวไรวะ?)
_________________________________________________________________
 
 
Ep9  สัมภาษณ์ x เคลียร์ x สุดทาง
 
 
สวัสดีครับ มาถึง Ep สุดท้ายแล้วครับ ต่อจากนี้ไปก็จะเข้าสู่ช่วงกิจกรรมถูกรับน้องกับเรื่องอื่น ๆ ตลอดเดือนกรกฎาทะมึนแล้ว ชีวิตจากนี้ไปเป็นไงต่อ จขบ.ที่ชื่อว่าเบนคนนี้ก็ยังไม่รู้ แต่ที่รู้ ๆ คือ สู้ต่อไป ทาเคชิ!
 
***ขอแสดงความยินดีกับเพื่อน ๆ ที่แอดมิชชันติดในคณะที่ได้เลือกไว้นะฮ้าฟฟ***
 
 
 
 
อ๊ะ นี่ไง นี่มันชื่อเรานี่หว่า (ขยี้ตาแปบ) เฮ้ยย จริงด้วย ชื่อเราจริง ๆ เยส   แล้วไปนอนต่อ 55555
 
เล่ากันว่าแค่ติดสอบสัมภาษณ์ก็เหมือนได้เป็นนิสิตเกือบเต็มตัว (เหลือเพียงนิ้วนางกับนิ้วก้อยเท่านั้น)
 
จากนี้ไม่กี่วันก็ถึงวันสอบสัมภาษณ์แล้ว.... แต่ยังมีเรื่องให้มโนสารพัด!!
 
 
แล้วเป็นครั้งแรกครั้งสำคัญที่ผมจะได้
 
เยือนดินแดนเทวาลัย
ที่ปกคลุมด้วยใบชงโคที่เขียวขจี
ในดงต้นจามจุรีที่สวยงาม
 
 
 
 
ผมคิดว่าตัวผมเองเป็นโรคชนิดหนึ่ง คือ โรคมโนเรื้อรัง มีอาการชอบคิดไปเอง คิดล่วงหน้า และจินตนาการได้ล้ำลึก เก็บไปคิดได้ทั้งวันทั้งคืน คิดได้เป็นเรื่องเป็นราว 
 
อาการมันมากำเริบตอนจะสอบสัมภาษณ์ครับ
 
เด็กรับตรงที่มีชื่อสัมภาษณ์คณะอักษรฯ จุฬาฯ ทุกคนต่างได้รับบัตรเชิญตามนี้เลย...
 
 
ท่านที่เคยไปเยือนถิ่นจามจุรี เดินหาแรงบันดาลใจตามคณะต่าง ๆ ที่ตนฝัน คงจะคุ้นเคยภูมิศาสตร์เป็นอย่างดี
แต่สำหรับตัวผม...เอิ่ม ตึกนี้อยู่ตรงไหนเนี่ยย? สารภาพเลยครับว่า ไม่คุ้นกับแผนที่จุฬาฯ เลย  
 
อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณ Street View ของ Google Maps มาก ที่ทำให้ข้าพเจ้าไปถึงจุดหมาย หึหึ
 
ตอนนี้ยังมีเวลาว่างที่ไม่ว่าง (เอ๊ะ ยังไง?) อีก 8 วัน ในการเตรียมความพร้อมไปสอบสัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็น...
- เอกสารสำคัญ (บรรดาสำเนาต่าง ๆ และตัวจริงด้วย//บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน,
   บัตรนักเรียน, ใบรบ.)
- ใบสมัครและใบเสร็จของธนาคาร (สำคัญโฮก)
- แฟ้มสะสมผลงาน (บางคนก็ไม่เอาไปนะ)
- ตัวและหัวใจ
 
ระหว่างนี้ Search Google หาบทความที่เกี่ยวกับการสอบสัมภาษณ์ว่า เขาสัมภาษณ์อะไรบ้าง?  จดเป็น Dialogue เลย
 
 
 
 
 
 
 
......8 วันต่อมา
 
รุ่งขึ้นเช้าวันอังคารที่ 20 พฤษภาคม
      เช้าแห่งวันสอบสัมภาษณ์
     เช้าแห่งวันแรกที่ได้เจอเพื่อนร่วมคณะ
     และเช้าอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของการก้าวเข้าสู่เทวาลัย...ได้มาถึง
 
ผมตื่นแต่เช้าโดยไม่ได้ตั้งใจ อาจเป็นเพราะความตื่นเต้นปนกระตือรือร้นที่จะได้ไปเยือนแดนเทวาลัย
 
ผมบรรจงใส่เอกสารสำคัญและแฟ้มผลงาน (ที่ออกจะว่างเปล่า) ลงกระเป๋าสะพาย  ส่วนเครื่องแบบของโรงเรียนเก่าผมคือ จีวร (ฟังอีกครั้งนะครับ จีวร) 'ถ้าเราใส่จีวรไปวงแตกแน่'  เลยต้องใส่ชุดนักศึกษาไป (ส่วนรูปกิจกรรมในแฟ้ม แน่นอนครับ เหลืองอ๋อยทั้งเล่ม)
 
พอได้ฤกษ์ 6.05 น. ก็คร่อมมอเตอร์ไซค์มุ่งหน้าสู่ถนนอังรีดูนังค์   เดินทางไม่ถึง 15 นาทีก็ถึงประตูจุฬาฯ ทางเข้าคณะอักษรฯ
 
ก้าวแรกที่ได้เหยียบผืนดินแห่งจุฬาฯ  วืบบบ......ขนลุกเลยย   หนาวจริง ๆ บรื๋อ ไปไม่ถูก
ถามลุงรปภ. ดีก่า   
 
"ลุงครับ เอ่อ ตึกสอบสัมภาษณ์คณะอักษรศาสตร์ ไปทางไหนครับ?"
 
"ตึก 2 ตึกนี่แหละคือคณะอักษรศาสตร์!!"
 
 
หันไปทางขวา ขวับ!
ฮ้ะ! นี่เหรอคณะอักษรศาสตร์ บ้านหลังต่อไปของเราาาาาา (กล้องดอลลีรอบตัว) กวาดสายตามองตั้งแต่บันไดจนถึงยอดตึก   ที่นี่แหละ!
 
 
 
 
ตอนนั้นยังเช้าโคตร ๆ มองไปทางไหนก็โล่ง  แล้วเราจะเริ่มยังไงวะ .....
 
....
 
....
 
.... ไปตั้งหลักที่โรงอาหารดีกว่า  
 
บรรยากาศในห้องอาหารมีกลิ่นอายมาคุ ๆ เล็กน้อย แต่ดูเหมือนคนอื่นจะผ่อนคลาย (ที่มาคุคือตัวผมเองมั้ง) บางคนมากับผู้ปกครอง  บางคนมากับเพื่อน  คุยกันหนุกหนาน  รวมถึงมีอาจารย์บางท่านมาทานอาหารที่นี่ด้วย
 
พอกินข้าวเสร็จออกมาเดินเล่นข้างนอกแปบนึง  เฮ้ย เค้ามุงอะไรกันอะ?
ที่ลานใต้ตึกมหาจักรีสิรินธร มีกลุ่มเพื่อนชุดนักเรียนกำลังล้อมรอบบอร์ดแยกกลุ่มสัมภาษณ์ แยกตามภาษาที่ตัวเองยื่น เรียงชื่อตามลำดับพยัญชนะ  จขบ.อยู่ในกลุ่ม 13 (จากทั้งหมด 14 กลุ่ม)  ก่อนที่จะนั่งรอเวลาที่ระเบียงหน้าคณะ
 
เพื่อนร่วมคณะทยอยเดินทางเข้ามา โรงอาหารเริ่มจอแจ ลานใต้ตึกเริ่มคลาคล่ำด้วยว่าที่นิสิตและพี่ชั้นปีต่าง ๆ (เจอกัปตันไอซ์ BAR5 ด้วย น่ารักมว้ากก สายตาเธอมีสเน่ห์มาก ไม่รู้ว่าถ่ายทำรายการตอนไหน)  
 
ระหว่างที่นั่งรอนี่เอง มีเพื่อนร่วมคณะกับคุณแม่เค้ามานั่งรอเวลาเหมือนกัน ผมก็ชวนท่านคุยซะหน่อย >>>
 
เบน: สวัสดีครับ ลูกคุณน้ามาสอบสัมภาษณ์เหมือนกันเหรอครับ??
 
แม่เพื่อน: (ชั้นมานั่งรอหน้าคณะอย่างงี้ ลูกตูมาเที่ยวมั้ง)  จ้ะ เราสอบติดเหมือนกันเหรอ?
              -ครับ- ยื่นอะไรมาจ๊ะ?
 
บ: บาลีครับ
 
ม: ลูกน้ายื่นญี่ปุ่นมา อันที่จริงลูกป้าเรียนสายวิทย์มา สอบติดวิศวะ มข.แล้ว แต่เจ้าตัวชอบภาษาญี่ปุ่น เรียนเอง อ่านเอง อยากเข้าอักษรมากกว่า วันนี้เขาก็ทำฝันสำเร็จแล้ว 
 
บ/ม: บลาๆๆๆๆๆ  คุยจิปาถะไม่ว่าจะเป็น เราเกิดจังหวัดขอนแก่นเหมือน  คุณน้าบ่นเรื่องจุฬาฯ กว้างโฮก จนผมรู้สึกผ่อนคลาย (ถ้าไม่ได้คุยกับคุณน้า ผมคงกดดันมากเลยนะนี่)
 
แม่: เขาเรียกเข้าแถวแล้วลูก ไม่ต้องอาย (รู้อีก) ไปเร็วลูก!!
 
ตอนนี้ทุกคนที่จะเข้าสอบสัมภาษณ์ตบเท้ามานั่งเข้าแถวตามกลุ่มกันแน่นขนัด ก่อนที่พี่ ๆ จะเข้ามาควบคุมสถานการณ์ สร้างความบันเทิงพร้อมกับเช็คเอกสารต่าง ๆ  เฮฮาปาร์ตีมากกก
 
พอเวลา 8 นาฬิกาตรง หลังจากเสียงเพลงชาติไทยจากฝั่งสาธิตมศว.ปทุมวันดังขึ้นและทุกคนยืนตรงเคารพธงชาติแล้ว พี่ ๆ ก็ต้อนพาพวกเราขึ้นบันไดไป พักที่ห้องประชุมใหญ่ก่อน เพื่อรับเอกสารการสอบสัมภาษณ์ชุดใหญ่เลย ในนั้นมี
- จท.100 A4สีเหลือง สำหรับกรอกข้อมูลเข้ามหาวิทยาลัย
- แบบคำรับรองการยืนยันสิทธิ์ (ยินยอมให้ส่งชื่อไปยังระบบเคลียริงเฮาส์) 
- ตารางขั้นตอนการยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษา (สาระสำคัญคือ ยืนยันสิทธิ์วันที่ 5-9 มิถุนายน)
- แบบกรอกประวัติสำหรับอาจารย์ที่ปรึกษากับงานทะเบียนคณะ
- เอกสารแจ้งวันปฐมนิเทศ+พบอ.ที่ปรึกษา 18 กรกฎาคม
***สองชุดแรกต้องส่งวันนั้นเลย***
ส่วนใครที่ต้องการทุนก็จะมีเอกสารขอทุนอีกด้วย
 
ระหว่างนั้น มี VTR แนะนำเครื่องแบบนิสิตที่ชิกมากกับ EP SPECIAL : SUIT AND SNAP  จงเสพโดยพลัน (สารภาพว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้รู้จัก Vogue / L'Officiel) แถมยังได้เกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยนะ เช่น
มีนัดสำคัญนั่นคือ CU First Date 57 จะมีขึ้นในวันที่ 6 กรกฎาคม 57 
คณะอักษรฯ เวลานินทาเอ่ยถึงบุคคลที่ 3 จะนิยมใช้ "นาง"
คณะอักษรฯ มีเพียง 2 เพศ คือหญิง กับ กะเทย (ฮ้ะ! ซวยละกู)
 
ในวันนั้นผมได้แต่ทำหน้าบึ้งตึงตลอดเลย ทำไมอะหรอ? ก็ผมไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในคณะนี้จะ..หลุดโลก..ได้ขนาดนี้ กร้ากกกก//รู้งี้ผมจะหลุดด้วยคน (เปล่า จริง ๆ คือผมไม่รู้จักใครเลย จึงจำต้องขรึมไว้ก่อน//ตัวจริงไม่ขรึมนะว้อยย)
 
ตอนกรอกแบบฟอร์ม พอดีมีพี่เดินผ่านมา เลยลองถามดูว่า พี่ครับ สัมภาษณ์นี่มีใครตกไหมครับ?
พี่ผู้หญิง: ไม่นะคะ ส่วนใหญ่ผ่านหมดทุกคนแหละค่ะ
อันที่จริงก็รู้คำตอบแหละ แต่เพื่อความมั่นใจ ขอถามไปดอกนึงก่อน
 
เมื่อทุกคนจัดการกรอกแบบฟอร์มครบแล้ว ก็เริ่มทยอยออกไปตรวจเอกสารที่โต๊ะนอกห้องประชุม (ผมออกไปคนท้าย ๆ เลย จะได้ไม่ต้องไปเบียดกัน)  ที่โต๊ะเหล่านี้เราต้องยื่นเอกสารทุกอย่างทั้งใบสมัครที่พิมพ์ออกมาตั้งแต่เริ่มสมัคร ใบเสร็จของธนาคาร บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน บัตรนักเรียน ใบผลการเรียน แล้วเซ็นชื่อนิดนึง 
 
ถ้าเรียบร้อยแล้ว จะได้เอกสารตัวจริงกลับมาและรหัสผ่านสำหรับใช้ยืนยันสิทธิ์เคลียริงเฮาส์ (พระเอกเลย)  เสร็จแล้วก็ขึ้นไปอีกสองชั้น (มั้ง) เพื่อรอสอบสัมภาษณ์
 
ก็เพราะเราออกมาตรวจเอกสารเป็นคนท้าย ๆ คิวรอสัมภาษณ์ก็คนท้าย ๆ ด้วยเหมือนกัน ใช่ครับ ได้คิวที่ 20 จาก 20 นั่นแหละ คนสุดท้ายของกลุ่ม 13 เลย  
 
ตอนเข้าไปในห้องนั่งรอสัมภาษณ์ ตอนที่โผล่หน้าเข้าไป พี่ฟิวส์ (จำได้เลย!) ให้ผมแนะนำตัว 
สายตาเพื่อนร่วมห้องกว่า 15 คู่จ้องมาที่ใบหน้าของผม เชี่ยละกู ไม่คิดว่าจะมีนาทีนี้!!!
จริง ๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกนะ แต่พอมาถึงคำถามที่ว่า
"มาจากโรงเรียนไหนครับ"
เอิ่มมม ถ้าเอ่ยชื่อโรงเรียนไป รู้ตัวเลยว่าเรื่องยาวแน่ แล้วมันก็ไม่สอดคล้องกับชุดและหนังหน้า
เลยตอบไปว่า    ผมเป็นเด็กซิ่วครับ (เรียบร้อยแล้วสินะ)
"ซิ่วจากไหน คณะไหนครับ" เอิ้ววว...มาอีกดอก 
จาก มรภ.บ้านสมเด็จคับ  คณะมนุษยฯ คับ   ตอบสถาบันของเพื่อนกูนี่แหละ
(ข้าได้ยินพวกเจ้านั่งหัวเราะข้า  ใครที่หัวเราะข้าบ้างจงยกมือพลัน)  
(ไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนะ แต่เจตนา อิอิ)
 
ในห้องมีพี่ ๆ มาประจำการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หลัก ๆ คือ พี่ฟิวส์ (ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้มหาวิทยาลัยไทยอะ) พี่อาชิ พี่หญิงซอและคณะ บรรยากาศในตอนนั้นเหมือนเราได้นั่งดู Stand Up & Sit Down Comedy  บัตร 2,000 เก้าอี้ VIP ฮาเฮกับทีมงานตลกคุณภาพคับแก้วกันเข้าปายยย 
 
สุดท้าย ก็มาถึงคิวสัมภาษณ์ซะที พี่ที่ดูแลเรื่องคิวสัมภาษณ์เอ่ยปากเรียก คิว 20  ผมเลยเดินออกไปเพื่อไปนั่งรอสัมภาษณ์ที่หน้าห้องสัมภาษณ์
 
ก่อนเข้าสัมภาษณ์ก็ลองถามเพื่อนคิว 19 ว่า   "สัมภาษณ์ฉลุยนะครับ?"
Q19: (เพิ่งออกมา ใบหน้าเปื้อนยิ้ม) ไม่ยากนะคะ อาจารย์ใจดีค่ะ ไม่ต้องกังวลเลย
ก่อนจากไปเธอทิ้งท้ายเอาไว้ ...ขอให้โชคดีนะคะ 
 
 
 
งั้นได้เวลาออกโรงแล้ว  ในมือเรา แฟ้มพร้อม  เอกสารพร้อม  ทั้งรอยยิ้มพร้อม  หัวใจพร้อม   
ถ้าพร้อมแล้ว เลื่อนประตูไปเลยยยย
 
 
 
 
 
ครืดดดด
 
 
 
ทันทีก้าวเท้าผ่านประตูเข้าไป ก็พบอาจารย์ผู้หญิง 2 ท่านกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้เนื้อดีโดยหันข้างขวาให้ประตู และหันหลังให้กับฝาผนังสีสบายตา อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะมีเก้าอี้ 3 ตัว วางเรียงไว้ราวกับจะต้อนรับใครก็ตามที่เข้ามา ถึงแม้ว่าอากาศรอบตัวจะเย็น ๆ ก็ตาม  แต่บรรยากาศรอบตัวกลับอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนกับว่าการสัมภาษณ์ของ 19 คนก่อนหน้านี้ได้สร้างบรรยากาศดี ๆ ทิ้งไว้อย่างอบอวน
 
ผมมุ่งหน้าไปยังเก้าอี้ตัวกลาง แล้วเริ่มขอรับการสัมภาษณ์ทันที
 
เบน: สวัสดีอาจารย์ทั้งสองท่านนะครับ ขออนุญาตนั่งนะครับ
 
อาจารย์x2: เชิญเลยค่ะ มีอะไรให้เราดูบ้างคะ?
 
บ: (วางเอกสาร/แฟ้มบนโต๊ะเพื่อเสนอ) นี่ครับผม
 
อ.ท่านนึงหยิบเอาแฟ้มไปดู  ส่วนอีกท่านนึงหยิบปึกใบสมัครกับรบ.ไป   และแล้วคำถามแรกก็มา....
 
อ.#2: อ้าว! (สายตาจ้องที่ใบรบ. อาจารย์อีกท่านมองตาม) ทำไม...เป็น..รูปพระ? 
 
บ: (ผมหัวเราะในใจ เป็นผม ผมก็งงกับรบ.เหมือนกัน) 
    เอ่อ คือโรงเรียนผมเป็นโรงเรียนพระเณรอะครับ ใบรบ.ผมก็เลยเป็นรูปสามเณรครับ
 
อ.#1: เหรอ แล้วคนที่จะเรียนที่นี่ต้องบวชอย่างเดียวเหรอ? หรือว่ายังไง
 
บ: ใช่ครับ
 
.#2: แล้วที่โรงเรียนมีกิจกรรมบ้างไหมคะ? เช่น ต่อต้านยาเสพติด วันแม่ อย่างนี้อะค่ะ
 
บ: มีครับ (ขณะเดียวกันอาจารย์อีกท่านนึงก็ชี้ชวนในแฟ้ม อ๋อ นี่ไง มีกิจกรรมเหมือนกัน มีสภานักเรียนด้วย) ช่ายคร้าบบ
 
อ.#1: แล้วบวชเป็นสามเณรมากี่ปีคะ?
 
บ: ผมบวชได้ 8 ปีครับ (ตอนนั้นคิดว่าอาจารย์น่าจะคิดว่ามันทะแม่งนะที่จบม.6 ตอนอายุ 20 ปี ผมเลยเสริมว่า)  ผมหยุดเรียนไป 2 ปี เพราะตอนนั้นคิดจะบวชไม่สึกครับ (กร้ากกกกกกก)
 
อ.#1: โอโห  ระหว่างนี้ได้สอบบาลีบ้างไหมคะ?
 
บ: มีครับ ผมสอบได้ป.ธ.3 ครับ ประกาศนียบัตรอยู่ในแฟ้มนะครับ  
 
อ.#2: แล้วที่เรียกกันว่า พระมหา อย่างท่าน ว.วชิรเมธี นี่คือต้องสอบอะไรยังไงคะ?
 
บ: คือต้องสอบให้ได้ป.ธ.3 ขึ้นไป ก็จะมีคำนำหน้าชื่อว่า พระมหา ครับ แต่อย่างท่าน ว.วชิรเมธีท่านสอบได้ป.ธ.9 ครับ
 
อ.#2: อื้มมมมม  อย่างนี้เราก็เป็น พระมหา นะสิ
 
บ: คือผมไม่ได้บวชพระเลยใช้ พระมหา ไม่ได้อ่าครับ
 
อ.x2: บวชมานานแล้วออกมาทำไมล่ะคะ? (นั่นนะสิ)
 
บ: (ผมพยายามดึงบทสนทนากลับมา) อยากเรียนต่อครับ
 
อ.#2: บวชมาตั้ง 8 ปี รู้สึกว่าเราได้อะไรจาก 8 ปีบ้างคะ?
 
บ: 
(แน่ะ ออกไปอีกและ)
 
บลา ๆๆๆๆๆ  (แนวว่าชอบสังคม วัฒนธรรม)

อ.#1: ทำไมจึงอยากเรียนที่คณะอักษรศาสตร์คะ?
 
บ: บลา ๆๆๆๆๆๆ
 
อ.#1: จะเลือกเอกอะไรคะ?
 
บ: บลา ๆๆๆๆๆๆ
 
อ.x2: (มองหน้ากัน) โอเคล่ะนะ  มีอะไรจะถามไหมคะ?
 
บ: เอ่อ.....ผมจะผ่านสัมภาษณ์ไหมครับ??
 
อ.#1: ยิ้มเล็กน้อย  แล้วเราคิดยังไงล่ะ???  
 
บ: .........  (กรรมแล้วเรา  ปล่อยให้ผมคิดงี้ ผมนอนไม่หลับนะครัช)
 
อ.x2: ไม่มีอะไรแล้วนะ งั้นสัมภาษณ์แค่นี้แหละค่ะ ขอให้โชคดีนะคะ
 
บ: ขอบพระคุณมากมายเลยครับ (ตอนนี้หันมามโนกับคำว่า แล้วเราคิดยังไงล่ะ)
 
(เสียดายที่บทสัมภาษณ์ของผมไม่ได้เริ่มเหมือนคนอื่น ผ่าสิปัดโท่ ปะติโถสิพับผ่า)
 
 
 
 
>>>นับจากวันที่เดินออกจากบ้าน AFเทวาลัย  6 วัน ก็ถึงวันประกาศสิทธิ์เข้าศึกษา แล้วเป็นไปตามคาดครับ 

 
 
 
ผมเป็นนิสิตอักษรฯ จุฬาฯ อย่างเป็นทางการแล้วววว 
 
 
 
 
>>>เมื่อถึงกำหนดเคลียริงเฮาส์ก็ใช้รหัสผ่านที่ได้จากวันสอบสัมภาษณ์นั่นแหละ มาเข้าระบบในเว็บไซต์ของ สอท.    เพื่อยืนยันสิทธิ์ซึ่งสำคัญมาก ถ้าลืมก็คือสละสิทธิ์เลยทีเดียว
 
 
 
ถีงตอนนี้เราคงจะเดินทางมาสุดถนนการรับตรงแบบปกติ 57 ของจุฬาฯ แล้วล่ะครับ
ถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยน้ำเหงื่อ น้ำตา น้ำคำให้กำลังใจของใครหลาย ๆ คน  
บางคนเดินมาอย่า่งสง่างาม  แต่บางคนก็อาจหกล้มคลุกคลานบ้าง
แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ถนนเส้นนี้ก็ยังคงดำรงอยู่ให้คนที่มีฝันได้เดินตามฝันและได้พิสูจน์ตนเองว่า
 
เราแกร่งพอที่จะกล้าเดินบนทางที่แสนไกลนี้หรือยัง?
เราพร้อมที่จะเลือกหรือยังว่า เราจะยิ้มทั้งน้ำตา หรือ จะร้องไห้อย่างดีใจ?
เราพร้อมที่จะเดิมพันชีวิตนี้ด้วยน้ำตาและบาดแผลหรือยัง?
เราพร้อมที่จะเรียนรู้ว่าเราแข็งแกร่งเพียงใดแล้วหรือยัง?
 
 
 
 
หากเป็นคุณ  คุณจะเลือกอะไร???
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ถ้าถามผมเหรอ 
 
ผมขอเป็นคนสติฟั่นเฟือนบนโลกใบนี้ต่อไปละกันครับ...
 
 
 
 
 
 
ขอได้โปรดรับการขอบคุณจากจขบ.ด้วยครับ
ที่ทำให้ฝันจขบ.เป็นจริง
 
 
 
 
 

edit @ 23 Jun 2017 22:08:47 by Ben Rookie kun

Comment

Comment:

Tweet