Ep7 ศึก x บาลี x สุดท้าย

posted on 20 Jun 2014 17:35 by pirulha in DirectAdmission directory Lifestyle, Diary
_________________________________________________________________
คำอุทิศ
ขอมอบ
บทความ
ในซีรีย์นี้ 
แด่ใครก็ตามที่หลงเข้ามา 
แด่ผู้ที่มีความใฝ่ฝันจะเข้าคณะอักษรศาสตร์ 
เช่นเดียวกับผมผู้ซึ่งมีต้นทุนต่ำ
แต่ตามหารักแท้...คนนี้
(คนอ่าน: เกี่ยวไรวะ?)
_________________________________________________________________
 
 
Ep7 ศึก x บาลี x สุดท้าย
 
 กรรม....ใจผมห่อเหี่ยวแฟบลงเหมือนเม็ดเก๋ากี้ตากแห้งที่ผิวดวงอาทิตย์เลย เพราะ
จำนวนคนสอบ เพิ่มขึ้น  ค่ามีน เพิ่มขึ้น  ช่วงคะแนน เพิ่มขึ้น  
 
ถ้าคะแนน PAT เพิ่มขึ้น ตูซวยแน่ๆๆ
 
 
มโน.....
มโน.....มโน.....มโน.....
มโน.....มโน.....มโน.....มโน.....มโน.....
 
 
 
บึ้มมมมมม!
 
ไข้แหรกครับพี่น้อง...เฮ้อ!!
 
 
 
ทุกท่านครับ  การที่เราไข้ขึ้นช่วงก่อนสอบแบบนี้ ถือว่าเจ้าตัวได้ทำบาปหนาเลยทีเดียว
โทษฐานไม่รักษาสุขภาพตัวเอง ไม่กตัญญูต่อร่างกายตนเอง ไม่ซื่อสัตย์ต่อความฝันที่เราตั้งไว้ // จริงจัง! อิอิ
 
อาการไข้ขึ้นแบบนี้ ไม่ต้องเสียเวลาหาสมุฏฐานของโรคเลย
- สาเหตุเกิดจากความเครียดของเรานั่นเอง
- สัญญาณแรกเริ่มที่มาเตือนเราคือ จะรู้สึกตื้อ ๆ  อ่านหนังสือแล้วเริ่มไม่เข้าหัว
  ที่สำคัญ กล้ามเนื้อบริเวณคอ-บ่าแข็งปั๊ก!  
  (ของผมนี่มาแปลก ก้อนเนื้อตรงท้ายทอยจะปูดออกมาเป็นลูกเลย)
 
ณ จุด ๆ นี้ (ทำเสียงพริตตี MC ด้วย) แนะนำว่า หยุดอ่านก่อน หรือว่าลองเปลี่ยนกิจกรรมดูครับ เพราะถ้ายังขืนอ่านต่อไป อาการกล้ามเนื้อเกร็งที่บริเวณจะพัฒนากลายเป็น ไมเกรน ในที่สุด!!!  
 
เซฟร่างกายไว้ กตัญญูต่อร่างกายไว้ ซื่อสัตย์ต่อความฝันไว้ หนทางอีกไกลครับ (^,,^a
 
 
 
 
"เลิกกังวลกับอนาคตได้แล้ว หันมาวางแผนเพื่ออนาคตดีกว่า" จขบ.พูดกับตัวเองเบา ๆ 
 
อ้อ อีกหนึ่งตัวอย่างที่ไม่ดีของผมคือ การลงสอบโดยที่ไม่ได้สมัคร GAT ด้วย
อันนี้อยากจะร้องดัง ๆ ว่า อย่าเสี่ยงทิ้ง GAT  เป็นอันขาด!!!  
ถ้าหากว่าเราพลาดรับตรงเมื่อไหร่ ท่านก็จะไม่มีไม้สอง ไม้สำรองสำหรับเบิกทางแอดมิชชันทันทีนะจ๊ะ
 
 
ปล่อยวางความหนักใจเสียได้ ก็ตั้งสติ ทำสมาธิจดจ่อกับการสอบครั้งต่อไป คือ
 
- วันที่ 4-5  มกราคม 2557                วิชาสามัญ 7 วิชา  (สนามชิโนรสวิทยาลัย)
- วันที่ 15- 16 กุมภาพันธ์ 2557         O-NET (สนามชิโนรสวิทยาลัย)
- วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557               B-NET (สนามวิทยาลัยนาฏศิลป์ ศาลายา)
- วันที่ 27 กุมภาพันธ์, 1,3,4 มีนาคม  สอบปลายภาค 
- วันที่ 8-11 มีนาคม 2557            GAT/PAT ครั้งที่ 1/2557 (สนามทวีธาภิเศก)
 
สนามสุดท้ายของผมใน Tournament นี้ ก็คือ...(ขอเสียงฉาบและแตรด้วย) PAT7.6 บาลี (วิ้วววววว)
โดยลงสอบที่ ทวีธาภิเศก ใกล้วัดมาก เดิน 15 นาทีก็ถึง  
 
ตอนเดือนตุลาคม ผมเลือกลงที่นี่เพราะรู้สึกว่า...
 
...โรงเรียนชายล้วน เพศเดียวกัน ยังไงก็เข้าใจกัน...
 
เอิ่มมม  เป็นอะไรที่ผิดมากเลยทีเดียว  (หลังจากทราบว่าปัจจุบันมีอยู่ 9 เพศแล้วท่าน กร้ากกก)
 
ปีนี้เลื่อนสอบนานมากกกกก  เพราะดูจากปีก่อน ๆ GAT/PAT ครั้งแรกจะสอบก่อนใครอื่นทั้งหมด แต่มาบัดเดี๋ยวนี้ สอบเป็นลำดับรองบ๊วย ก่อน GAT/PAT ครั้งที่สองเท่านั้นเอง  
อีกอย่าง เริ่มคุ้นชินกับสนามชิโนรสวิทยาลัยแล้ว ผ่านการตีหน้ามึนไปสอบมา 2 ครั้ง ครั้นจะเปลี่ยนสนามสอบก็ไม่ได้แล้ว ไม่เป็นไร สู้ต่อไป ทาเคชิ!!!
 
หลังจากเตรียมอุปกรณ์พร้อมออกศึก ได้แก่ ปากกาลูกลื่น (ใช้เซ็นชื่อผู้เข้าสอบ), ดินสอ2B 3 แท่ง, ยางลบ และบัตร'ประชาชนแล้ว  ผมก็เดินไปยังสนามรบแห่งใหม่ ระหว่างนี้ต้องคอยเชคเวลาตลอด  ไม่ใช่ว่ากลัวไปไม่ทันสอบนะ แต่กลัวไปถึงสนามสอบก่อนเวลา 5555
 
การไปถึงก่อนเวลาแล้วตกเป็นเป้าสายตาของประชาชีนับคนร้อย ถือว่าเสียดแทงหัวใจจอร์จมาก  เพราะงั้นขอถึงแบบตรงเวลาเป๊ะแล้วเข้าสอบเลยจะดีที่สุด (ก็เข้าห้องสอบได้ช้าสุด ครึ่งชั่วโมงหลังเริ่มสอบนี่นา)  
 
ยิ่งเดินใกล้สนามสอบเท่าไหร่ ใจยิ่งเต้นแรงมาก แรงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง (..อยากให้เธอได้ยินเสียงในหัวใจ..)  
 
'อีกสองร้อยเมตรก็ถึงแล้วสินะ....'  เดินพลาง ตื่นเต้นพลาง  
 
....หัวโค้งหน้าเดี๋ยวก็ถึงประตูโรงเรียนแล้ว
 
...พอถึงประตูโรงเรียนทวีธาภิเศกปุ๊บ  แกล้งทำเป็นเดินเลยไปครับ 5555  (ก็คนมันอายนี่หว่า ขอสแกนก่อน ไม่รู้ว่าจะทำเป็นเดินผ่านไปทำไม ฮาตัวเอง) 
 
เอาวะ!  รวบรวมกำลังใจฮีด!!  บุกทวีธา ฯ  
 
แว้บแรก  บร๊ะเจ้าาา  กลางสนามนี่คนอย่างกะมดเลย ทำไมไม่ขึ้นห้องสอบวะ ??
 มองนาฬิกา ห๊ะ (วิบัติ) เหลือเวลาอีกตั้ง 15 นาทีแน๊ะ!!!
 
บากหน้าพาผ้าเหลืองผ่านลุงยาม แก๊งแซวหญิงที่ซุ้มยาม แก๊งโบ๊ะบีบี แก๊ง......สารพัดแก๊ง สารพัดเพศ 
หึหึ ต่อให้มีกี่แก๊ง เจอสีเหลืองจีวรตูเข้าไป เป็นอันต้องมอง  เรานี่ฮอตจริง ๆ ขนาดโกนหัวแล้วนะ  สาว ๆ เก้งกวางยังสนใจเลย (ตูนี่สีหยุดโลกจริง ๆ)  -*-
 
ใครจะมองข้า ข้าไม่สน ข้าคือสายพันธุ์ที่ทนทานต่อรังสีอำมหิตที่พวกแกแผ่ออกมา หึหึ เดินก้มหน้างุด ๆ ขึ้นอาคารไปโลด บอกตรง ๆ ว่าตอนนี้หน้าแดงแป๊ด อายฝุด ๆ ระหว่างที่รอก็แกล้งยืนอ่านบอร์ดตรงบันไดซะหน่อย บรรดาคุณเพื่อนร่วมเข้าสอบต่างก็พร้อมใจเดินขึ้นลงกันจ๊างงงงง  
 
ได้ยินคนนินทาชัดเจนเลย "เฮ้ย เชี่ยแบงค์ไปถามเณรดิ๊ ว่าทำอะไร 5555"  แล้วมรึงก็ฮาเรื่องตู  -*- 
 
ยืนอ่านบอร์ดจนประชาสัมพันธ์ประกาศเข้าห้องแล้ว ผมค่อยเดินขึ้นไปยังห้องที่สอบ แล้วเหตุการณ์ก็เป็นไปตามคาดครับ  อาจารย์หญิง 2 ท่านที่คุมห้องงงกันหมดเบย คุณเพื่อนร่วมห้องสอบเกิดอาการตั๊นกันถ้วนหน้า 
 
ผมได้แต่ปลอบใจตัวเอง มองไปเถอะ ข้านี่แหละของจริง หึหึ
 
ห้องที่ผมสอบจัดเก้าอี้ไว้ 30 ที่นั่ง แต่ที่มาสอบจริงประมาณ 15 คนเอง ออกจะโหวงไปบ้าง แต่ก็อบอุ่นดี ร้อนโฮก
 
ระหว่างที่สอบอยู่ตรงประตู ก็สามารถเห็นทีมฟุตบอลม.ต้นมาเล่นฟุตบอลกันได้ เห็นแล้วมาสะท้อนตัวเองมันเสียดายครับ หากมองแง่ความสนุกสนานในชีวิตวัยรุ่นแล้ว ที่ผ่านมาเราคงใช้ชีวิตที่สนุกได้ไม่คุ้มค่านัก 
 
ทำข้อสอบเสร็จตั้งแต่เวลาผ่านไปชั่วโมงครึ่ง แต่มานั่งรอหมดเวลานี่สิ ทรมานสุด ๆ
 
....โอ้ย อีกแค่สามนาที ทำไมมันยาวนานเยี่ยงนี้
 
"หมดเวลาทำการสอบ" เสียงประชาสัมพันธ์ดังขึ้น "ขอให้ผู้สอบหยุดทำข้อสอบ...."
 
เท่านั้นแหละ ผมกระโจนออกจากห้องสอบคนแรก ๆ เลย "ตอนที่สนามมันโล่ง ๆ แบบนี้แหละ รีบชิ่งเลย จะได้ไม่ต้องเบียดเสียดสีกัน"
 
ทันใดนั้น ผมพุ่งออกจากห้อง วิ่งลงบันได รีบเดินตัดสนาม ออกถึงประตูโรงเรียน  
อ้าาา  อากาศสดชื่นจริง ๆ
 
จากนั้นก็เดินกลับวัด พอถึงห้อง หัวถึงหมอน หลังถึงพื้น  
อ้าาา  รสชาติของการทำหน้าที่่สำเร็จนี่มันสบายใจจริง ๆ นะ
 
 
หมดภาระการสะสมคะแนนแล้วครับ
ที่เหลือเราก็ต้องมาลุ้นว่า PAT บาลีได้เท่าไหร คะแนนสอบตรงทั้งหมดได้เท่าไหร่ มีสิทธิ์ไหม?
ต้องพบกับตอนหน้าแล้วล่ะครับ Ep8  เปลี่ยนทาง x ชีวิตใหม่ x จุฬา ฯ
 
 
 
 
 
 
 
 
ปล.>>>>>>>>>>>
 
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภาษาบาลีนะครับ

หากมีใครพูดถึงภาษาบาลีขึ้นมา คนยุคนี้ก็จะคิดถึงภาษาทางพระพุทธศาสนา ที่อ่านหรือฟังไม่รู้เรื่อง แต่ภาษาบาลีไม่ได้หมายถึงเชื้อชาติหรือประเทศใด ๆ   กลับเป็นชื่อที่มีความหมายลึกซึ้ง ดังที่ผู้รู้ได้ขยายความออกว่า 
(ติปิฏกํ  ปาเลตีติ  ปาลิ)  "ภาษาที่รักษาพระไตรปิฎกไว้ ชื่อว่าภาษาบาลี"
(นี่คือนิสัยของบาลี คือเห็นศัพท์ ๆ เดียว แต่ความหมายตามมาอีกสิบ)

 
การศึกษาภาษาบาลีในปัจจุบันนี้ บางท่านมักเรียกว่า บาลีเล็ก เพราะหลักสูตรเปรียญธรรม/บาลีศึกษา (ของฆราวาส) ในปัจจุบันนี้ เมื่อเริ่มศึกษาไวยากรณ์ จะใช้ตำราฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ที่ย่นย่อมาจากสัททนีติปกรณ์โดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส 
 
ส่วน บาลีใหญ่ เข้าใจว่าเริ่มศึกษาจากคัมภีร์กัจจายนะ (เป็นคัมภีร์ใหญ่สุดในฝ่ายบาลี เทียบได้กับอัษฏาธยายี ของท่านปาณินิของฝ่ายสันสกฤตก็ว่าได้) ไม่ก็ศึกษาจากคัมภีร์ที่แตกแขนงออกมา เช่น คัมภีร์โมคคัลลานะ สัททนีติปกรณ์ คัมภีร์ปทรูปสิทธิ (แพร่หลายในพม่า) ยังคงมีสอนอยู่เช่นกัน เช่น วัดท่ามะโอ, คณะ ๒๕ วัดมหาธาตุ, มหาบาลีวิชชาลัย วัดโมลีโลกยาราม ฯลฯ
 
***มีสอนภาษาบาลีคอร์ส PAT7.6 เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ที่วัดโมลีโลกยาราม, ดาวองก์ 
แม้แต่ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เองก็มีคอร์สบาลีสู่มหาวิทยาลัยเหมือนกันนะ
สะดวกอะไร จัดไป
 
 
จริง ๆ ต้องบอกว่า บาลีเป็นวิชาที่ต้องท่องจำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะบาลีมีการผันเปลี่ยนวิภัตติ พจน์ เพศ (เทียบภาษาอังกฤษว่า ...for a man... บาลีว่า ...ปุริสสฺส... // อังกฤษ...for men... บาลีว่า ...ปุริสานํ...)  มีการใช้ Prefix Suffix  กริยาต้องเข้าล็อคกับบุรุษ บลา ๆๆๆๆ   ถ้าเรารู้จักหลักภ่าษา เพียงแค่พื้นฐานก็พอ แล้วไปแปลหรือแต่งก็ได้ จะพบว่า บาลีมีเสน่ห์ และสนุกมากกก
 
จากการที่ได้คลุกคลีวงการภาษาบาลีไวยากรณ์ก็พอจะแนะนำหนังสือได้บ้างครับ เน้นใช้สอบนะจ๊ะ
 
>>>>เริ่มที่พาร์ทไวยากรณ์ก่อนนะครับ
 
 
 
 
บาลีไวยากรณ์ ๔ เล่ม
 (แต่ละเล่มสันบางมากกกก ท่านอาจจะไม่เชื่อว่านี่คือหนังสือ)
ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย พระนิพนธ์ สมเด็จ ฯ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
 
- มีเนื้อหาตามหลักสูตรครบถ้วน  เป็นตำราเล่มหลัก
- สำนวนค่อนข้างโบราณ เข้าใจยาก และมีอธิบายค่อนข้างเฟ้อ (ภาษาเก่าพูดว่า ฟั่นเฝือ)
ราคาหนึ่งชุด 4 เล่ม น่าจะไม่เกิน 100 บาท (ถ้าซื้อชุดนี้ไป ต้องมีผู้แนะนำเน้นให้ว่าตรงไหนเป็นจุดสำคัญบ้าง)
 
 
 
 
 
หลักสูตรย่อบาลีไวยากรณ์
ของ บ.ขอนแก่น คลังนานาธรรม//โรงพิมพ์เลี่ยงเชียง โดย พ.ม.นิยม อุตฺตโม ป.ธ.๗
  
- มีคำอธิบายที่เราต้องรู้มาก มีตัวอย่าง  มีมาร์คว่า (ท่องจำ) (ไม่ต้องท่อง) คอยบอกว่าจุดไหนต้องท่องบ้าง (แนะนำว่าถ้าใช้สอบ GAT PAT  ส่วนไหนเป็นคำอธิบาย ให้เราทำความเข้าใจก็พอ แต่ส่วนที่เป็นคำบาลี ยังไงก็ต้องท่องครับ  ส่วนพระเณรที่ใช้สอบเปรียญธรรม ท่องหมด) 
- เล่มใหญ่ ออกจะเทอะทะหน่อย (เล่มนี้ผมยกให้เป็นคู่มือ แต่ไม่คู่ใจครับ)
ราคา -จำไม่ได้- แต่น่าจะไม่เกิน 200 บาท
 
 
 
 
หลักสูตรบาลีไวยากรณ์ และหลักสัมพันธ์
โดย พระเมธีวราภรณ์ วัดโมลีโลกยาราม
 
- ถูกใจ จขบ.มาก ขนาดเล่มสะดวกพกพา ไปเหนือ ล่องใต้ เลี้ยวตะวันออก ย้อนตะวันตก ติดตัวได้สบาย ถ้าท่องจำได้จบเล่ม (ไม่นับสัมพันธ์) เป็นอันวางใจ PAT บาลีได้ 50%  (ถ้าไวยากรณ์ประโยค ๑-๒ วางใจได้เลย 100%) 
- ขาดอธิบาย (แน่นอนครับว่าเล่มนี้ เกิดมาเพื่อให้ท่องอย่างเดียว)
ราคา -ไม่มีข้อมูล- เพราะขอตอนเป็นเณรได้ฟรี เลยไม่รู้ว่ามีจำหน่ายหรือเปล่า ถ้าอยากได้จริง ๆ  ติดต่อวัดโมลีโลกยารามเลยครับ
 
 
 
 
แบบท่องบาลีไวยากรณ์ (เล่มสีเหลือง)
โดย อ.บุญสืบ  อินสาร
 
จขบ.คิดว่าหนังสือชุดบาลี ของอ.บุญสืบ มีทั้งสรุปไวยากรณ์และหนังสือแปลบาลีด้วย เหมาะสำหรับพระเณรใช้สอบบาลีสนามหลวง เพราะแปลละเอียดมาก ออกศัพท์หมด มีแบบแผนที่สุด อ้างอิงสำนวนสนามหลวง  แต่ถ้าระดับเราท่านที่ใช้สอบ PAT จะอ่านบ้าง  ก็เป็นเรื่องดีมากเลยครับ (ถูกใจที่ท่านแปลได้ละเอียดมากกกก)
 
 
 
 
>>>>>ส่วนพาร์ทแปลมคธเป็นไทย ต้องเริ่มที่...
 
อุภัยพากย์ปริวัตน์
ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย
 
- เหมาะที่จะใช้ฝึกแปลเบื้องต้น เริ่มจากวลีเล็ก ๆ ไปจนถึงประโยคความรวมเลย
- ไม่มีเฉลยอะสิ (เคยเห็นแต่โบราณมาก ชื่ออุภัยพากย์ปริวัตน์พยากรณ์ รึเปล่า?)
เล่มละไม่เกิน 20 บาท  เคยซื้อเล่มละ 12 บาท
 
 
 
 
หลักการแปล
---
 
เป็นหนังสือที่เยอะมากกกก หลายอาจารย์  ก็ขอแนะนำว่าเลือกเล่มที่เราอ่านแล้วเข้าใจเป็นพอ
***สำหรับผู้ที่สอบแบบพอผ่าน ไม่อยากต่อยอด ก็ไม่ต้องอ่านให้ลึกมาก
อ่านให้เราพอเดินประโยคเป็น ดูประธาน กริยาออก เป็นพอ***
 
 
 
 
ธมฺมปทฏฺฐกถา  (บาลีล้วน)
ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย
 
- ย้ำว่าควรมีไว้ฝึกการแปล  
แนะนำว่า (ถ้าจะซื้อ) ซื้อเล่ม ทุติโย ตติโย จตุตฺโถ ภาโค (ภาค 2/3/4) เล่มใดเล่มหนึ่ง  
อย่าซื้อ ปฐโม ภาโค (ภาค 1) นะ เป็นที่รู้กันโดยทั่วว่า ภาค 1 เป็นสำนวนครู  ยากโฮกกกก 
 
จากนั้นก็หาซื้อเล่มแปลซักเล่มด้วย
- ถ้าแปลตามไวยากรณ์ เป็นภาษาไทยล้วน ภาษาวงการบาลี เรียกว่า แปลโดยพยัญชนะ
- ถ้าแปลตามไวยากรณ์ แต่ยกบาลีประกอบด้วย ภาษาวงการบาลี เรียกว่า แปลยกศัพท์
- ถ้าแปลเอาเนื้อความ ภาษาวงการบาลี เรียกว่า 
  หรือชื่อทางการคือ ธัมมปทัฏฐกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย
 
 
***หนังสือที่เป็นหลักสูตร ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ถ้าไม่อยากซื้อ ก็พอจะดาวน์โหลดไฟล์ .pdf ได้***
 
 
ถ้าถามว่า จะซื้อได้ที่ไหนคร๊าาา?
 
หาซื้อได้ที่
- ร้านจุฬาบรรณาคาร ตรงข้ามกำแพงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถ้าเราเดินมาจากท่าเรือท่าพระจันทร์ เดินตรงมาเลย ข้ามถนน ไม่ต้องเลี้ยว  ร้านจะอยู่ขวามือ ตรงที่ขายพระเยอะ ๆ นั่นแหละ โอ้ย เซงง
 
- ร้านเรืองปัญญา อยู่ตึกแถบเดียวกันกับร้านจุฬาบรรณาคารเลย แต่ว่าร้านนี้ถ้าไม่สังเกตดี ๆ จะไม่เห็น (อย่างกับร้านหม้อใหญ่รั่วในแฮร์รี่ พอตเตอร์เลย) ร้านนี้ก็แนะนำเพราะมีหนังสือหายากเยอะมาก ประตูกระจกนะจ๊ะ
 
- มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย อยู่สามแยกวัดบวรนิเวศ บางลำภู ร้านนี้ขนาดใหญ่มากก มีหนังสือหลักสูตรครบ ขายหนังสือทั่วไปด้วย 
 
 
ปปล. เดี๋ยวนี้วงการหนังสือบาลีก็หันมาแข่งขันการตลาดด้วยการทำปกให้ดูสวยงาม น่าอ่าน น่าจับ  จึงขอแนะนำครับว่า เลือกหนังสือที่เหมาะกับการใช้งาน และ/หรือ เราอ่านแล้วเข้าใจดีกว่า นะครับ
 
ปปปล. ขอประชาสัมพันธ์อีกอย่างเกี่ยวกับหนังสือบาลีนะครับ ท่านที่อยากค้นคว้าลึกถึงระดับคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาจริง ๆ แนะนำที่นี่เลย กองตำราวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.; จุฬาฯ พระ) วัดมหาธาตุฯ ท่าพระจันทร์ เพราะว่าที่นี่เริ่มมีการตีพิมพ์คัมภีร์ต่าง ๆ ออกมาเรื่อย ๆ รูปเล่มทนทานเพราะเป็นปกแข็ง แต่ราคาถูกค่ด ๆ  ลองเลือกดูละกันครับ
 

edit @ 3 Apr 2016 17:32:52 by Zawer kung

edit @ 23 Jun 2017 21:57:01 by Ben Rookie kun

Comment

Comment:

Tweet

ถ้าจะอ่านบาลีเอง บอกเลยครับว่าหนังสือที่เรามีในตลาดตอนนี้ไม่ค่อยเป็นภาษาคน
เพราะงั้น เวลาเราอ่านก็เก็บเฉพาะใจความสำคัญพอ ส่วนที่เป็นตารางแจกหรือเป็นภาษาบาลี อันนี้คงต้องจำอ่าครับ คัดบ่อยๆช่วยได้นะ

#2 By Ben Rookie kun on 2015-04-04 11:16

อ่านบาลีเองอ่านยังไงคะ? ซื้อหนังสือมาแต่อ่านแล้วไม่บรรลุยังไงไม่รู้อะค่ะ ไม่เข้าใจเลยTT

#1 By nan (223.206.35.19|223.206.35.19) on 2015-03-16 13:05