Ep5 สามวิชา x และ x สามสอบ

posted on 10 Jun 2014 08:48 by pirulha in DirectAdmission directory Lifestyle, Diary
_________________________________________________________________
คำอุทิศ
ขอมอบ
บทความ
ในซีรีย์นี้ 
แด่ใครก็ตามที่หลงเข้ามา 
แด่ผู้ที่มีความใฝ่ฝันจะเข้าคณะอักษรศาสตร์ 
เช่นเดียวกับผมผู้ซึ่งมีต้นทุนต่ำ
แต่ตามหารักแท้...คนนี้
(คนอ่าน: เกี่ยวไรวะ?)
_________________________________________________________________
 
 
Ep5 สามวิชา x และ x สามสอบ
 
 
       จบไปแล้วกับเทศกาลรับตรงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ผมกับเพื่อน ๆ อีกหลายคนตั้งหน้าตั้งตา (ตั้งคอ ตั้งหลังให้ตรง...) เฝ้ารอคอยตลอดระยะเวลา 1 เดือน (ย้ำว่า...ตลอดเวลาจริง ๆ) โดยสิ้นสุดที่การยืนยันสิทธิ์ในระบบ Clearing House  จากนี้คงต้องรออีกครั้งตลอดเดือนมิถุนายน เพื่อรับเพื่อน ๆ ร่วมรั้วจามจุรีจากการแอดมิชชัน  
     ส่วนบล็อกนี้เป็นบล็อกที่ผมทำตามฝันในสามปีก่อนที่ว่า อยากมีบทความเป็นของตัวเอง อยากเล่าตัวตนของเรา อยากเล่าเหตุการณ์ที่เราเคยเจอมา โดยการเสนอคอนเซปความคิดฮา ๆ ไม่ไร้สาระ..มั้ง (แต่มีประโยชน์รึเปล่าไม่รู้ 555) โดยสร้าง Time Machine มาเล่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับตัว เพื่อวันหนึ่งเราจะได้พบว่า
 
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่อาจมีสิ่งใดหลงเหลืออยู่ในโลกใบนี้ได้เลย
 
(ทำใจครับ คุยกับจขบ.ไม่รู้เรื่องหรอก) ฮ่า ๆๆ
 
ขอบคุณทุกคลิกที่เพื่อน ๆ หลงกดเข้ามานะครับ
เพียงแค่เห็นสแตทขึ้นมา 1 คน ก็ดีใจมากเลยครับ
 
 
 
 
 
...ถ้าถามว่า คุณมึงจะหนักใจอะไรวะ เณร?  คุณกูไม่เห็นมีอะไรเบย???
 
อันที่จริงเณรไม่ได้หนักใจที่ข้อสอบยากหรอก แต่หนักใจที่่ต้องไปสอบในสนามสอบอื่นคนเดียว  
คิดดูนะทั้งโรงเรียนมีนักเรียนขาวโพลนทั้งสนาม มีแต่เณรเหลืองอ๋อยอยู่คนเดียวเนี่ยนะ! // แค่คิดก็เพลียแล้ว
 
ความรู้สึกตอนนั้นกดดันโคตร ๆ มันเริ่มตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเท้าข้ามประตูเจอลุงยามแห่งชิโนรสแล้ว!
 
พอเดินไปถึงกลางสนามเงยหน้าขึ้นมองตึก  เชี่ย! เพื่อนร่วมสนามมองมาที่เราเต็มไปหมดเลย
 (นึกถึง Spotlight สักร้อยดวงส่องที่กระปุกออมสินเณรฉีกยิ้มสิครับ  หัวที่โล้นเหม่งและจีวรส้มช่างสะท้อนแสงและดึงดูุดสายตาได้เป็นอย่างดี แหม่ >.<)
 
ผมได้แต่เพียงภาวนา ขอให้พวกเค้าคิดได้ว่าวันนี้ผอ.นิมนต์เณรมาใส่บาตรเป็นการภายในละกัน -*-  
 
พอขึ้นบันไดไป บอกตรง ๆ เลยว่าไม่อยากเดินผ่านห้องสอบห้องอื่นเลย เพราะเพียงปรากฎตัวเดินผ่านประตูห้องใดไป นักเรียนที่เข้าสอบในห้องนั้นพร้อมใจกันเงยหน้าและส่งสายตาไร้เดียงสามายังใบหน้าของเณรน้อย(ขนาดเดินถึงประตูบานหลังห้อง ยังเอี้ยวตัวตาม)
ห้องเดียวก็หน้าแหกพอแล้ว แต่แม่จ้าววว ต้องเดินผ่าน 5 ห้อง (ประตู 10 บาน) อารมณ์เสือโคร่งเดินอวดอาด โชว์ลวดลายในกรงที่สวนสัตว์  5555
 
 
พอผมเดินถึงห้องที่มีชื่อสอบ บรรยากาศมาคุมาก ทั้งห้องมีคนสอบประมาณ 25/30 คน  รู้สึกว่ารังสีอำมหิต 2,200 มิลลิซีเวิร์ต ได้แผ่ออกมาปกคลุมบรรยากาศทั้งห้องไว้ บางคนมีการเมียงมอง พอเรามองกลับ ดันเบือนหน้าหนี
....โด่...ไม่แน่จริงนี่หว่า เดี๋ยวเจอสแกนเนอร์เรตินาของตูบ้างเป็นไง  
....กูก็รู้ว่าพวกมึงหัวเราะแซวกูใช่มะ?  หึหึ  เดี๋ยวปั๊ดเสกขี้ยางลบ 2B เข้าท้อง
 
 
หลังจากสอบเสร็จ เบน เณรน้อย เดินกลับวัดด้วยความสบายใจที่หมดภาระในการสอบ 7 วิชาสามัญ แล้ว เดินกลับวัดด้วยความสบายใจจัดห้องใหม่แล้ว  เตรียมพร้อมที่จะเจอการสอบครั้งต่อไป  เรียกได้ว่าครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์มีแต่ดินสอ 2B และ บัตร'ประชาชนเป็นคู่หูคู่ใจเลยทีเดียว
 
(เดิมพระภิกษุสามเณรมีเพียงหนังสือสุทธิ (สุทธิบัตร ก็ว่า บัตรสุทธิ (ปาก.) ก็มี) เป็นเอกสารสำคัญในการยืนยันสถานะนักบวช ซึ่งพระภิกษุสามเณรทุกรูปต้องมีติดตัวไว้ (แต่ผมไม่เคยพก) อีกทั้งพระเณรเป็นบุคคลที่ได้รับยกเว้นให้ไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน ลำพังหนังสือสุทธิเองก็สามารถทำธุรกรรมได้  
หนังสือสุทธิจึงได้รับการขนานนามว่า "บัตร'ประชาชนพระ"
 
ต่อมา พระเณรขอมีบัตร'ประชาชนได้ โดยแจ้งความประสงค์ขอมีบัตร'ประชาชนได้ที่สำนักงานเขต / ที่ว่าการอำเภอ รูปในบัตรก็จะเป็นรูปพระเณรโกนศีรษะ ห่มเหลืองอ๋อยเลย (เห็นมีแต่คนถาม) 
 
เมื่อเปรียบเทียบระหว่างหนังสือสุทธิกับบัตร'ประชาชนแล้ว 
แง่ความสะดวก - สำเนาหนังสือสุทธิชุดหนึ่งจะยุ่งมาก ต้องถ่ายอย่างต่ำสามหน้าคู่  กระดาษ 2 แผ่น
                        (รูป-ข้อมูลส่วนตัว//รายละเอียดบรรพชา-อุปสมบท//สังกัดวัด)
แง่การพกพา - ลองเอา A4 มาพับครึ่ง 2 ทบ แล้วจะพบว่าหนังสือสุทธิเทอะทะมาก
แง่การใช้งาน - สังเกตการทำ Passport แล้วพบว่า ท่านที่ใช้หนังสือสุทธิจะเสร็จช้ากว่าท่านที่ใช้
บัตร'ประชาชน พูดง่าย ๆ คือบัตร'ประชาชนเป็นเอกสารที่เป็นมาตรฐานมากกว่านั่นเอง
 
ฉะนั้น บัตร'ประชาชนเอาคะแนนไปเต็มสิบเลย  ~เอวัง~)
 
 
การสอบครั้งต่อไป 
 
- วันที่ 4-5  มกราคม 2557                    วิชาสามัญ 7 วิชา  (สนามชิโนรสวิทยาลัย)
- วันที่ 15- 16 กุมภาพันธ์ 2557         O-NET (สนามชิโนรสวิทยาลัย)
- วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557                B-NET (สนามวิทยาลัยนาฏศิลป์ ศาลายา)
- วันที่ 27 กุมภาพันธ์, 1,3,4 มีนาคม   สอบปลายภาค 
- วันที่ 8-11 มีนาคม 2557                     GAT/PAT ครั้งที่ 1/2557 (สนามทวีธาภิเศก)
สนามที่สอง O-NET ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมาของนักเรียนไทยมาก ส่วนตัวผมแล้วหลังจากสอบ 7 วิชาสามัญเสร็จแล้วจะมีเวลาเตรียมตัวสอบประมาณ 40 วัน โดยศูนย์สอบที่ใกล้สุดก็คือ ชิโนรสวิทยาลัย เช่นเคย หึหึ
 
นักเรียนม.6 ปีการศึกษา 2556 ทั่วประเทศไทย ดันมีชะตากรรมร่วมกันคือ เกรดเฉลี่ยใช้ O-NET ถ่วง 30%  ถึงแม้ว่า O-NET จะไม่เกี่ยวข้องกับคะแนนรับตรงคณะอักษร ฯ จุฬา ฯ แต่เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ยื่นคะแนนที่กำหนดไว้ว่าต้องมีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.75  
 
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเกรดเฉลี่ยไม่ถึง ก็หมดสิทธิ์แบบไม่ต้องลุ้นคะแนนเลย
 
'กรรมของเวร!  0 ร มส เป็นเพื่อนแท้ของเราซะด้วย หนักใจจริง'
แนะนำเลยครับว่า อย่ารอจนกลายเป็น มส เลยครับ เพราะเลข 1 นี่มันฉุดเกรดเฉลี่ยมหาศาล และเป็นประเพณีของวงการครูไทยก็เป็นได้ ที่ว่าใกล้สอบปลายภาคทีไร  ใบงาน, รายงาน, โปรเจคท์ ผุดเป็นดอกเห็ด!!!แต่ละงานคะแนนหนักหน่วงชนิดที่ว่า ไม่ทำไม่จบ ไม่ครบไม่เลิก -*-
(มีการบอกว่า ห้ามอุทธรณ์ว่างานเยอะ อีก!)
 
>>>ช่วงนี้จึงต้องฝึกสกิลแบ่งเวลาอย่างเข้มงวด (ไม่ใช่ เข้มข้น นะ) การที่เรามีปฏิทินตั้งโต๊ะ กับ สมุดบันทึกที่มีช่องวันที่ของแต่ละเดือน จะช่วยวางแผนได้ดีอย่างมาก
แต่พอเอาเข้าจริง ๆ พอเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ กำหนดการสอบรัดตัวมากมายจนตัวหมุนเป็นเกลียว เรียกได้ว่าทั้งเดือนทุ่มเทกับการอ่านหนังสือสอบอย่างเดียว
 
ขณะเดียวกัน เดือนกุมภาพันธ์นี้เองยังมีเหตุการณ์สำคัญให้ลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ นั่นคือประกาศคะแนน 7 วิชาสามัญ  ระหว่างนี้คนสอบจะอาการเดียวกันคือ กระวนกระวาย อยากรู้ผล ไม่ก็เช็คคำตอบที่บอร์ดเด็กดี ฟังเพื่อนเม้าส์มอย สปอยแหลกลาญ
 
สำหรับมือใหม่อย่างผม ก็พอจะรู้มาบ้างว่า สทศ.จะประกาศก่อนกำหนด!!! ตามกำหนดเดิมจะประกาศในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พอรู้อย่างนี้ผมล็อคอินแมร่งทุกวันตั้งแต่ต้นเดือน 555   ปรากฎว่าประกาศวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ประกาศผลก่อนกำหนดตั้ง 1 วัน (โห กูซึ้งจนน้ำตาจะไหล ;_;) 
 
 
สุดท้าย หวยออก...
 
 
ไทย 72
 
สังคม 68
 
ENG 47.5
 
เฮ้ยย เกินคาด!!!  เกินครึ่ง (ยกเว้น Eng) เกินค่า Mean หมดเลย (แค่นี้ก็พอใจแล้ว 555) 
คะแนนที่ออกมาบอกได้เลยว่า อยู่ระดับกลาง ๆ และค่อนข้างอ่อนอังกฤษ (แน่ล่ะ ก็มั่วไปเกินครึ่ง!)
 
>>> ส่วนตัวผม ดีใจมว้ากกก ถึงแม้ว่ามันจะดูกระท่อนกระแท่น และได้คะแนนน้อยก็ตาม
แต่ว่าผลสอบที่ได้รับนี้เกิดจากความสามารถ ความอดทนของเรา 2 คน -ตัวผมและจิตวิญญาณ-
ล้วน ๆ ที่ได้ทุ่มเทอ่านหนังสือ ทำความเข้าใจ
>>> เราเพิ่งเคยลิ้มรสชาติของการต่อเรือแล้วออกเดินทางไปสู่ฝั่งฝันด้วยกัน ทั้ง ๆ ที่คนอื่นอาจจะมีเรือ
ที่ดีกว่ามีคนช่วยต่อเรือหลายท่าน หรือมีต้นทุนดีมีโครงเรือวัสดุพิเศษ ต่อเรือเอาไว้นานแล้ว แต่เรือของเราเป็นเรือบ้าน ๆ ที่เพิ่งนับหนึ่ง  สุดท้ายก็ได้เห็นว่าเรือของเราก็สามารถแล่นออกสู่ทะเลได้อย่างสวยงามไม่แพ้ใคร  
>>> เราไม่สนใจแล้วว่าเรือลำนี้จะพาเราไปถึงฝั่งฝันหรือไม่ แต่เราได้ออกเดินทางมาแล้ว และจะออก
เดินทางไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่เราจะไม่มาเสียใจในภายหลังว่า "เราไม่เคยออกเดินทางในทะเลที่กว้างสุดฝันนี้เลยสักครั้ง"
 
 
ขอบคุณเพลง  อย่า อยู่ อย่าง อยาก ของ P2Warship
เพราะเพลงของพวกพี่ ทำให้ผมรู้สึกมีกำลังใจที่จะคิดว่า
 
ยื่นรับตรงจุฬาฯ ต่อไป  ^^a
 
 
 
 
สำหรับตอนต่อไป ทันทีที่ผมรู้คะแนนแล้ว ก็พอจะเดาทิศทางได้แล้วว่าจะทำอย่างไรต่อ
จะอยู่ หรือ จะรอด ?  ต้องตามต่อไปใน Ep6 คิด x ให้ x เครียด
 
 
 
___________________
 
ปล.เสาร์-อาทิตย์แรก>>เจอการสอบบาลีสนามหลวงเลย  จขบ.ไม่อยากไปสอบ เลยไม่ได้กล่าวถึง
 
สำหรับการสอบ O-NET ที่ชิโนรสวิทยาลัยดำเนินไปอย่างเรียบร้อยแล้วก็ไม่ค่อยรู้สึกอายเท่าไหร่ เพราะคราวนี้มีเพื่อนไปด้วย ทั้งโรงเรียนเดียวกัน ทั้งต่างโรงเรียน มีพระเณรไปกระชับพื้นที่สีเหลืองได้ 5% 
 
ส่วน B-NET ผมไปสอบ วิทยาลัยนาฏศิลป์ ศาลายา โรงเรียนผมเหมารถเมล์บรรทุกพระเณรกว่า 60 ชีวิตไปเชือดสอบ เดินทางจากข้างโรงพยาบาลศิริราชมุ่งหน้าสู่ศาลายา ช่วงเช้าสอบวิชาธรรมวิภาค พุทธประวัติ วินัยบัญญัติ  ส่วนช่วงบ่ายเป็นวิชาภาษาบาลี
 
วันนั้นวิทยาลัยต้องรองรับพระเณรจากโรงเรียนกว่า 20 แห่ง วันนั้นทั้งวิทยาลัยเหลืองอ๋อยเลยทีเดียว  
 

edit @ 23 Jun 2017 21:50:39 by Ben Rookie kun

Comment

Comment:

Tweet