(F5) 

หลังจากมีการลงเอ็นทรีเมื่อวานไปแล้ว

คือวัดอรุณราชวราราม นั้น

 

วันนี้ก็จะไปวัดอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยาครับ

คือ

 

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

หรือ

วัดโพธิ์ ท่าเตียน

 

(ทุกรูปที่โพสเนี่ย เป็นรูปที่ผมถ่ายเองหมดเลยนะครับ พลาดตรงไหน ข้าน้อยขอคำแนะนำด้วย ^^)

 

 

....................................................................

 

 เสร้จจากวัดอรุณแล้ว

ก็ข้ามเรือไปฝั่งพระนคร คือ ท่าเตียน

ปัจจุบัน ไม่เหลืออนุสรณ์ ที่ยักษ์มาสู้กันแล้วล่ะ

(เขาทำเป็นสวนสาธารณะไปแย้วว)

 

พอไปถึงฝั่งโน้นแล้ว

ผมออกจากท่าเตียนแล้ว กำลังเดินไปวัดโพธิ์

จะมีตลาดท่าเตียน

สิ่งที่ท่านจะได้สัมผัสคือ 

 

กลิ่น---กลิ่นปลาหมึกครับ

เหม็น โคตรๆ   (T..T)

 

รีบย่างสามขุมมาเลยครับ  

 

แล้วเข้าสู่วัดปลายทาง

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

เป็นวัดแรก ล้นเกล้าล้นกระหม่อม ร.1 ทรงโปรดให้สร้างขึ้น

วัดนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 

เขตพุทธาวาส กับ

เขตสังฆาวาส ครับ

 

แล้วมาโดนกรมทางหลวงตัดถนนผ่ากลางวัดเลย!!!

เวลาพระมาทำวัตร ก็ต้องข้ามถนนมาอ่ะดิ กำ

 

 

 นักท่องเที่ยวเยอะมาก

 

และที่นี่ ก็เป็นสถานที่ฝึกภาษาอังกฤษ ของผม ^^

 

สถาปัตยกรรมที่สวยงามครับ

 

แล้วผมก็ตรงเข้าไปในพระอุโบสถเลยครับ

สิงห์หล่อสัมฤทธิ์ครับ  โคตรสวยครับ

(วัดอรุณ เป็นช้างสัมฤทธิ์) 

มันจะออกเขียวๆหน่อย

 

 

 

ข้างๆก็เป็นประตูทางเข้าครับ

เป็นหินทั้งหมดครับ คงเอามาจากเมืองจีน

ตรงซุ้มข้างใต้ ปิดทองครับ

 

 

 

กำแพงแก้วรอบพระอุโบสถ ครับ

ด้านขวาเป็น สีมาครับ

ส่วนใหญ่ วัดเก่าๆ จะมีดีหลายอย่างครับ

หนึ่งในนั้นก็คือ สีมา นี่แหละ

 

 

ว้าว O.O

 

 

 ต่อมา ดุที่ซุ้มสีมาครับ

เพิ่งเคยเห็นที่ทำยอดเป็นเจดีย์ขนาดย่อม คงมีคติเรื่องจักรวาลอีกอ่ะครับ

สวยงามจริงๆ ฝีมือช่างสกุลรัตนโกสินทร์ตอนต้น

 

 

แล้วรอบๆพระอุโบสถ จะมีวิหารคต ด้วยครับ

วิหารคตจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปต่างๆ

ตามเสาจะมีสิ่งสิ่งนี้ด้วย

แผ่นหินจารึกวามรู้ต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็น ยา กลบทกลอน ครับ

 

 

พระอุโบสถครับ ใหญ่มาก

กล้องยังเก็บไม่หมดอ่ะ

 

 

ด้าข้างพระอุโบสถ  จะมีวิหารทิศด้วย

 

แต่ที่สะดุดตามากๆ คือ สิ่งนี้ครับ

เขาว่าเป็นซุ้มประตูสวรรค์จีน

อลังการมาก

ด้านในครับ 

เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่มาก และั สวยมากด้วย ครับ

 

 

ออกมาแล้วก็เข้าไปในพระอุโบสถครับ

ความละเอียดอ่อนของงานช่างศิลปะไทยครับ

ฝรั่งเห็นยังร้องว่า โอ้โห เ้ลยครับ

ซุ้มประตูยอดมงกุฎครับ(เสียดายลบทิ้งซะก่อน -*-)

 

 

 เข้าไปด้านในแล้ว ก็รู้สึกแบบ สงบ ชุ่มชื่น เย็นใจ

อย่างบอกไม่ถูกเลยครับ

 

เมื่อได้เห็นภาพนี้

เป็นภาพแห่งความอลังการ ที่บอกถึงความเป็นพระพุทธเจ้าศาสดาที่ยอดเยี่ยมในโลก

ถึงความสูงส่งของพระปัญญาบารมี ความสง่า น่าเลื่อมใสมากครับ

 

 พระพุทธรูปองค์นี้ มีพระนามว่า พระพุทธเทวปฏิมากร  ครับ

 

และที่สำคัญอีกอย่่างหนึ่งคือ

ที่ฐานพระพุทธรูป ประดิษฐานพระบรมอัฐิ/ราชสรีรังคาร ของล้นเกล้า ร.1 ด้วย

-O.o-

 

แล้วด้านในกว้างมาครับ

จิตรกรรมฝาผนังก็สวยงามมากเช่นเดียวกัน

 

ผมนั่งอยู่ข้างใน 15นาที ....โคตรภุมิใจตัวเอง ที่เิกิืดมาเป็นคนไทยเลย 

 

 

ออกมาด้านนอกครับ

อันนี้เป็น หน้าต่างครับ

 

 

แล้วผมก็เดินออกมานอกพระอุโบสถ ครับ

มาเจอศาลาเล็กๆ อันนึง อันนี้ก็มีความ สวยงาม และ สำคัญทีเดียว

 

วัดโพธิ์ ที่ดังเรื่องการนวดแผนโบราณเนี่ย ก็คงมีจุดเกิดที่นี่ละมั้งครับ

เป็นแผ่นหินสลัก เรื่องจุด เส้นสาย เลือดลม ที่คนโบราณไดจารึกไว้

 

แล้วก็มีเรื่องโหราศาสตร์ ด้วย ว่า ปีนี้ แต่งกับปีนี้ จะเป็นยังไง (ดวงสมพงศ์)

พอดีผมเกิดปีไก่ เลยถ่ายมาเล่นๆ ครับ

 

แล้วออกมาเดินเล่น ข้างนอกครับ

(เค้าจะมี ป้ายบอกลำดับการเที่ยวอ่ะครับ)

เดินตามวิหารทิศ

ก็จะมีพระพุทธรูปปางต่างๆ

 

เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกที่สวยที่สุดในประเทศไทย และ ในโลกเลยครับ

แล้วก็สวยจริงๆครับ

ใครเกิดวันเสาร์ก็เซฟไปเลยนะ

 

 

 แล้วก็

 

ปางมารวิชัย  เค้าว่ากันว้่า ใครมี อุปสรรค  ก็จะสบายใจขึ้น ครับ

 

ปางต่อมา

ปางป่าเลไลยก์

สำหรับคนวันพุธ กลางคืน 

สวยงามครับ

 

บรรยากาศตามทางเดินครับ

ว่ากันว่า เป็นวัดที่มี เจดีย์ เยอะที่สุด ในประเทศไทย   

..สงสัยจะจริง แฮะ

 

นาฬิกาแบบตะวันตก  "บิ๊ก เบน ไทย"  

 

ต่อมาก็เดินมา ก็เจอ

เจดีย์ 4 รัชกาลครับ

เป็นเจดีย์ที่งดงามมากเลย เป็นกระเบื้องติดเป็นลวดลายครับ

ที่มีเพียง 4 องค์ เพราะ ล้นเกล้าฯ ร.4 ทรงรับสั่งว่า 

ต่อไป ไม่ให้สร้างเจดีย์เพิ่ม เพราะพระมหากษัตริย์ทั้ง 4 พระองค์นี้ ทรงได้พระราชสมภพทันเห็นพระพักตร์กัน

พูดชาวบ้านก็คือ  เกิดทันเห็นหน้ากันและกันนั่นเอง

 

 

อันนี้ของ ร.4

 

 

แอันนี้ ของ ร.2

 

อันนี้สีเขียวของร.1 

 

 

และอันนี้ของ ร.3

 

เดินต่อมาเรื่อยๆ ก็เจอทีที่นี่

เป็นวิหาร อะไรนี่แหละ แต่สวยมา

ประดับกระเบื้องอย่างละเอียดเลยอ่ะ ^^ 

 

อาแปะยักษ์วัดโพธิ์

 

นี่ก็ประตูวัด เอกลักษณ์แห่งเดียวในโลก

 

 


 

 ในวัด มีโรงเรียนเด็กด้วยครับ

(แล้วยังงี้ เด็กจะมีสมาธิไม๊เนี่ย )

 

 

 

 ฤๅษีแก้เมื่อยครับ (ฤๅษีดัดตน)

แต่ละท่า ยากๆทั้งนั้น

ผมกลัวว่า ปวดเข่า พอทำท่าอย่างพวกนี้ มันยิ่งปวดเข้าไปอีก เฮอะๆ

หาหมอเหอะ

 

แวะมาไหว้ เสด็จเตี่ย   หรือ สมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล

 

 

 

สุดท้าย สัญลักษณ์ อีกอย่างของวัดโพธิ์ ก็คือ พระนอน ครับ

ด้านนอก ^^1  แอบถ่าย อิอิ

 

เข้าำไปในวิหารพระไสยาสน์ครับ

 (((เข้าไปด้วยความอยากรู้ว่าใหญ่ แค่ไหน แต่พอเข้าไปแล้ว ตะลึง อยุ15 วินาทีครับ )))

 

 

ใหญ่มากกกกกกกก  นี่แค่ศีรษะ-พระเศียร- ครับ

 

 

 

 

 

ก๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ

 

น้ำลายแทบฟูมปากครับ O.O

 

พอมองลงข้างล่าง

โอ๊ววววววววว   

ตูตายดีกว่า -*-

ทำไมสวยอย่างนี้  ละเอียดมากจริง ๆ

 

 

ผนังวิหาร ก็เขียนจิตรกรรมด้วย ครับ

อู้ฮู้

 

เสร็จแล้วมาดูลายพระบาทกันครับ

(O m O)

พูดไม่ออกครับ

 

เสร็จแล้ว เดินวนมาครับ นึกว่าหมดแล้ว

ยังๆ

นี่ก็คือ หมอน-พระเขนย- ครับ

ละเอียดไม่แพ้กัน

 

 

 

 

ออกมา เดินไม่เป็นเลยตู  555

 

 

 

 

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ 

ถือว่าเป็น มหาวิทยาลัย แห่งแรกในประเทศไทย 

เพราะฉะนั้น ผมไม่อยากให้เราคนไทย พลาดโอกาสดีๆ ครับ

 

^^

 


 

[บ่น]พังได้ไงฟระ?????

posted on 01 May 2010 12:54 by pirulha

พัดเอ๋ยพัดลม

ข้านั่งชม ดูเจ้าหมุน วุ่นแต่เช้า

บรรเทาร้อน ผ่อนคลาย สบายเรา

ทั้งปัดเป่า เรือดยุงไร มิให้ตอม

แต่ยิ่งดี เท่าไร ไอ(I)ยิ่งชอบ

เปิดทั้งวัน หลายรอบ บ่ถนอม

ยิ่งร้อนเร่า เจ้าเปิดแรง มิออมชอม

ค่าไฟฟ้า ก็ไม่ยอม พุ่งตามกัน

ที่เขียนมา มิใช่ อะไรอื่น

จขบ. เพิ่งตื่น นั่งฟื้นฝัน

เห็นพัดลม มีเสียง เคียงข้างกันควัน

ตาลุกพลัน ใจเต้น เช่นปืนกล

"จะเอาน้ำสาดตะแกรงเด๋วแมร่งช็อต"

"ต้องไปถอดปลั๊กไฟจึงได้ผล"

"เฮ้ย!!"ไฟลุก ไฟจึงตัด ในบัดดล

ถอดมายล "มอเตอร์ไหม้" เศร้าใจเอยย

 

หน้าร้อนอย่างนี้อะไรๆก็ร้อน

มอเตอร์ยังร้อน

แล้วใจคนอย่าร้อนตามเลยนะครับบบ

 

 

นี่เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่อยากให้มีการ อ้างอิง หรือเชื่อถืออะไรมากนัก

แต่จะ  เม้น ติติง แนะนำหรือต่อยอด อะไรก็ตามสบาย ขอบคุณล่วงหน้า น๊ะ

(เพราะแนวคิดนี้ เป็นแค่เด็ก ม.4 กำลังจะขึ้นม.5ละ มันไม่ได้มีแค่คนเดียว/อย่างเดียวจริงไม๊)

 

  ใครที่เคยดูหรืออ่าน แฮร์รี พอตเตอร์

 จะพบกับ พ่อมดที่ ในโลกเวทย์มนตร์เกรงกลัวกันนัก

"เขาผู้ไม่ควรเอ่ยนาม"

"คนที่คุณก็รู้ว่าใคร"

 

ใช่แล้วครับ

เขาคือ ลอร์ดโวลเดอร์มอร์ (Lord voldermort)

 

เขามีนามเดิมว่า ทอม มาร์โวโล ริดเดิล (ถูกปะเนี่ย -*-)

เขาประกาศตนเป็น ลอร์ดผู้มีเมตตาพร้อมที่จะประทานความตายแก่ใครก็ได้

แล้วเขาก็มีพรรคพวกที่เขาเรียกว่า ผู้เสพความตาย คอยสนองงานกับเขา

ในที่สุด เขาก็จบชีวิตลงด้วยการต่อสู้กับ แฮร์รี พอตเตอร์

 

 

แต่ในความคิดของผม(และคงจะอีกหลายคน)

ถ้าย้อนกลับไปดูอดีตในวัยเด็กของเขา

 

เขาคือคนที่ น่าสงสาร

 

 

เริ่มจากว่าเขาเป็นเด็กกำพร้า

เกิดขึ้นจากความไม่พร้อมของครอบครัว

 

แม่ของคนที่คุณก็รู้ว่าใครเป็นแม่มด

และแอบหลงรัก กับมักเกิลลูกเศรษฐี คนหนึ่ง

ทำให้พ่อของเธอซึ่งเป็นพวกสายเลือดนิยม คือนิยมความเป็นเลือดบริสุทธิ์

และเหยียดหยามสายเลือดที่เจือปนว่า เลือดสีโคลนไม่ปลื้มและกักขังเธอ ใช้เธอดังคนรับใช้

อีกทั้งฝ่ายชายเอง ก็ไม่ได้มีใจให้เธอ

 

แต่ด้วยความรัก มักทำให้ตาบอด 

นางจึงหนีออกจากบ้าน แล้วใช้เสน่ห์เวทย์มนทร์ทำให้ลูกเศรษฐี มารักตน และหนีมาอยู่ด้วยกัน

จากนั้นก็...ก็...ก็...

อะปิซอด ดึ้บๆ กัน

 

แต่ อนิจจา 

ความรักที่เกิดจากเสน่ห์เวทย์มนตร์ศาสตร์มืดนั้น เป็นความรักเทียม

ไม่ใช่ความรักอย่างจริงใจ จากบึ้งลึกของจิตเลย..

 

หลังจากอยู่กันได้ซักพัก

ด้วยความรักที่นางหวังไว้ นางก็ถอนมนตร์ออก

ฝ่ายชายจึงได้สติแล้วพบกับสิ่งที่เกิดขึ้น คือการอยู่ร่วมกับหญิงคนรับใช้

เขารับไม่ได้ จึงหนีกลับคฤหาสน์

 

ส่วนฝ่ายหญิงที่ตั้งครรภ์แล้ว ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้ระเห็จระเหินเดินไปตามยถากรรม

สุดท้าย ได้มาคลอดเด็กที่บ้านสงเคราะห์เด็กกำพร้า แล้วตาย

แต่ก่อนตาย ได้ตั้งชื่อว่า ทอม มาร์โวโล ริดเดิล (Tom Marvolo Riddle)

 

เนื่องจากทอม เป็นเชื้อสายพ่อมด เขาจึงมีความสามารถพิเศษ ที่ไม่อาจอธิบายได้

เมื่อเขามีสิ่งที่พิเศษ เขาจึงมักจะแกล้งผู้อื่น

ความเป็นคนพิเศษเหนือคนอื่น จึงทำให้เขาได้ลิ้มลองรสชาติชอง-อำนาจ-

 

ต่อมาเมื่อได้เข้าสังคม ที่โรงเรียนฮอกวอตส์ แล้ว

ความไม่มีพ่อแม่ จึงเป็น -ปมด้อย- ของเขา

 เมื่อมีปมด้อย ย่อมต้องสร้างสิ่งทดแทนให้เป็นปมเด่นขึ้นมา

แต่เขาเลือกอะไรล่ะ?

 

เขาเลือก-อำนาจ-

 

เขาจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างความแข็งแกร่ง ความมั่นคงของอำนาจ

สุดท้าย เขาได้สร้างความหวาดกลัว และความมืดมิด ให้เกิดขึ้นแก่ ชาวโลกเวทย์มนตร์

-----------------------------------

 

มูลเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ 

ไม่ใช่เหตุอื่นใด 

นอกเสียจาก    -ความไม่พร้อมของครอบครัว- นั่นเองครับ

 

ในวันนี้มันใกล้วันวาเลนไทน์

เลยอยากโฟกัสความรักเทียม-แท้ ครับ

 ผมก็เลยลองเอาประสบการณ์ที่เห็นกันบ่อย มาแลกเปลี่ยนกัน ครับบบบ

 

ความรักเนี่ย

ใครๆก็รู้ว่าเป็นของสวยงาม

แต่รู้ไม๊ครับ

ความรัก มันก็คือต้นไม้นั่นเอง  

ถ้าเราใส่น้ำมากเกิน  มันก็จะเฉา

ถ้าไม่ใส่เลย มันก็แห้งตาย

เพราะฉะนั้น ความรักต้องพอดีๆครับ

 

แต่ขณะเดียวกัน 

ต้นไม้ กว่าจะให้ดอกได้ก็ต้อง-

1 ดินแร่ธาตุดี

2 ความสม่ำเสมอ ความเอาใจใส่ ของคนปลูกปลูกนานจนต้นไม้ชินดิน

3 ปลูกนานจนต้นไม้ชินดิน

4 ถึงฤดูกาลออกดอก

 

พอมาถึงความรัก

ความรักก็ต้องพอดีๆ

ไม่ต้องจุกจิกจู้จี้ คอยกำหนดทุกตารางนิ้วก็ได้(แหม ก็คนเราก็ต้องมีเวลาส่วนตัวมั่ง ใช่ป๊ะ?)

แต่ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยซะจนไม่เหลียวแล ปล่อยไปตามยถากรรม(เดี๋ยวกลายเป็น กระทงหลงทาง หุหุ)

เพราะฉะนั้นรักกันกลางๆ แบบเอาใจใส่ แต่ไม่ใช่สำรวจตรวจจับ แค่นี้ก็แล่มแล้ว(สำหรับผมนะ)

 

แล้วความรักจะพอมีความหวัง (ที่ใดมีหวัง ที่นั่นมีรัก(ลอกเขามาอีกแล้ว))

หรือความรักแท้ จะเบ่งบานได้ก็ด้วย

1 มีสถานที่ดีๆ คือ มีสถานที่ที่ทั้ง2คนได้เจอกันแล้ว มีโอกาสติดต่อ-เห็นหน้ากัน เช่น โรงเรียน ที่ทำงาน เพื่อพูดคุย เติมกำลังใจให้แก่กันนะครับ

2 มีที่ปรึกษาดีๆ คือ มีเพื่อนที่คอยแนะนำสิ่งดีๆให้กับเราได้ หรือ เป็นที่ปรึกษาให้กับเรา ตอนที่เรามีปัญหา ในโรงเรียนหรือที่ทำงานนั่นแหละ  ข้อนี้รวมไปถึงผู้มีประสบการณ์ ทั้งหลายด้วยนะครับบบ (เขาว่าผู้ใหญ่ อาบน้ำร้อนมาก่อน หุหุ)

3 ประพฤติตัวดีๆ คือพอเราปรึกษาแล้วเค้าแนะนำอะไร เราก็ทำตาม ตามความเหมาะสม อีกอย่างก็คือ ไม่ทำสิ่งที่คนรักของเราไม่ชอบ เช่น (กับเพื่อนผม แฟนมันเล่าให้ฟัง) แฟนมันไม่ชอบให้เพื่อนผมกินเบียร์อย่างเงี้ย เพราะว่ามันไม่ดีกับสุขภาพ แต่เพื่อนผมก็ฝืน สุดท้ายงอนกัน หุหุ  รวมไปถึงการไม่นอกใจด้วยนะ

4 มีความไว้ใจซึ่งกันและกัน ข้อนี้สำคัญมาก  คือ ถ้าเรา ทำตัวดีๆ ไม่นอกใจแล้ว มันก็เกิดความไว้ใจซึ่งกันและกัน ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะเกิดขึ้นได้ คือ เวลาครับ  เวลา พิสูจน์รักแท้     ถ้าเกิดข้อนี้เมื่อไหร่  นั่นหมายถึงความเบ่งบานของความรักแท้หละครับ

 

 

^

^

^

^

สรุป

ความรัก

จะเบ่งบานสดใส

 

เมื่อไว้ใจซึ่งกันและกัน

 

ครับ

v

v

v

v

---------------------------------------

 


ขอให้..

(((ความรัก เป็น โซ่สายใย

ที่ผูกโยงใจคน2คนไว้....

...

.

.

..

.ตลอดกาลนาน)))

 

 

 

Happy Valentine Day

to  ชาว Exteen.

คร้าฟฟฟฟ

 

 

 

 ปล. เพิ่งสอบเสร็จ เลยหายไปนาน พอกลับมาเลยตื้อ ถ้าไม่คม ก็ขออภัยน๊าาาาา

ปล.2  ช่วงนี้เปลี่ยน BG บล็อกบ่อย เพราะยังหารูปที่มันถูกใจไม่ค่อยจะได้ เลยเปลี่ยนมันทั้งวันเลย คริคริ